Samaritan (2022) – ซามาริทัน ชายเก็บขยะพลังช้างสาร ค้อนเพลิงคู่แค้น บาดแผลของฮีโร่สูงวัย และการหักมุมศีลธรรมในเมืองสลัมที่ไร้ความยุติธรรม
Samaritan (2022) หรือในชื่อไทย ซามาริทัน ภาพยนตร์แนวแอ็กชัน-ซูเปอร์ฮีโร่สายดาร์กดิบ (Gritty Dark Superhero / Vigilante Action) ผลงานการกำกับของ จูเลียส เอเวอรี (Julius Avery) จาก Overlord ดัดแปลงจากนิยายภาพของ บรากิ เอฟ. ชุต (Bragi F. Schut) นำแสดงโดยตำนานนักบู๊รุ่นเก๋า ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน (Sylvester Stallone) ในบทบาทซูเปอร์ฮีโร่เต็มตัวครั้งแรก ร่วมด้วย จาวอน วอนนา วอลตัน (Javon “Wanna” Walton) จากซีรีส์ Euphoria และ พิลู แอสเบก (Pilou Asbæk) ตัวร้ายหน้าเข้มจาก Game of Thrones หนังตั้งคำถามต่อเส้นแบ่งระหว่าง “ฮีโร่” กับ “วายร้าย” ผ่านสายตาของคนชายขอบในเมืองอุตสาหกรรมที่เสื่อมโทรม
เรื่องย่อ: ตำนานศึกสายเลือด 25 ปีก่อน ชายชราลึกลับ สู่ชนวนเพลิงแค้นของแก๊งครองเมือง
เรื่องราวเกิดขึ้นใน “แกรนิต ซิตี้” (Granite City) เมืองอุตสาหกรรมเสื่อมโทรมที่อาชญากรรมพุ่งทะลุขีดจำกัด ในอดีตเมื่อ 25 ปีก่อน เมืองนี้เคยมีสองพี่ยี่น้องฝาแฝดผู้มีพลังเหนือมนุษย์ คนหนึ่งคือ “ซามาริทัน” ผู้พิทักษ์ความยุติธรรม และอีกคนคือ “เนเมซิส” วายร้ายผู้เคียดแค้นสังคม ทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างดุเดือดในโรงไฟฟ้าจนเกิดระเบิดพินาศ และเชื่อกันว่าทั้งสองเสียชีวิตไปในกองเพลิงพร้อมกัน
ในปัจจุบัน “แซม เคลียรี” เด็กหนุ่มวัย 13 ปีที่อาศัยอยู่กับแม่ในห้องเช่ารูหนู กำลังดิ้นรนหาเงินและเชื่อฝังใจว่าซามาริทันยังมีชีวิตอยู่ วันหนึ่งหลังจากแซมถูกอันธพาลในย่านรุมทำร้าย “โจ สมิธ” (รับบทโดย ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน) ชายแก่เก็บขยะข้างห้องผู้เงียบขรึม ได้เข้ามาช่วยไว้ด้วยพละกำลังมหาศาลชนิดที่มือเปล่างอมีดได้ และเมื่อโจถูกรถพุ่งชนจนกระดูกหักแต่ร่างกายกลับซ่อมแซมตัวเองได้อย่างปาฏิหาริย์ แซมจึงมั่นใจว่าโจคือซามาริทัน ฮีโร่ในตำนานที่ซ่อนตัวอยู่ ทว่าในขณะเดียวกัน “ไซรัส” หัวหน้าแก๊งนอกกฎหมายได้ค้นพบ “ค้อนเพลิง” อาวุธโบราณของเนเมซิสที่เก็บไว้ในคลังของกลาง และตั้งตนเป็นเนเมซิสคนใหม่เพื่อก่อจลาจลยึดเมือง แซมถูกจับตัวไปเพื่อบีบให้ฮีโร่ปรากฏกาย โจจึงจำต้องสลัดความเงียบสงบกลับมาแบกรับหมัดและเพลิงแค้นอีกครั้ง พร้อมการเปิดเผยความลับในอดีตที่พลิกความจริงของศึกสองพี่น้องไปตลอดกาล
สุนทรียะแห่งความสมจริง ค้อนเหล็กทุบกะโหลก และกลิ่นอายหนังแอ็กชันยุค 80s
หนังจงใจลดทอนความแฟนตาซีแบบชุดรัดรูปและคอมพิวเตอร์กราฟิกฟุ้งเฟ้อลง แต่หันไปขับเน้น “ความดิบ หนักแน่น และเลือดเนื้อ” สไตล์ภาพยนตร์ยุค 80s สตอลโลนถ่ายทอดภาพลักษณ์ของยอดมนุษย์ชราภาพที่เหนื่อยล้า เจ็บปวด และมีข้อจำกัดด้านความร้อนในร่างกาย (Overheating) จนต้องใช้น้ำแข็งประคบตัว งานกำกับภาพคุมโทนด้วยความมืดครึ้ม ฝนตกเฉอะแฉะ และตึกรามบ้านช่องผุพัง สะท้อนความสิ้นหวังของชนชั้นแรงงาน คิวบู๊เน้นพลังหมัดตรง จับเหวี่ยงชนกำแพง และการปะทะด้วยค้อนเหล็กยักษ์ที่ทรงพลังและสะเทือนเลื่อนลั่น
ทำไมถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?
- การคืนฟอร์มบู๊แหลกของ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน: บทบาทฮีโร่วัยดึกที่ผสมผสานความอบอุ่นแบบพ่อลูกเข้ากับความดุดันระดับแรมโบ้ได้อย่างลงตัว
- พล็อตทวิสต์หักมุมช่วงท้ายเรื่อง: จุดพลิกผันเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของซามาริทันและเนเมซิสที่ท้าทายกรอบความคิดเรื่องความดีและความชั่ว
- ฉากแอ็กชันดิบเถื่อนสไตล์โอลด์สคูล: คิวบู๊ใช้พลังกำลังจริง กระแทกกระทั้น ไม่พึ่งพาฉากต่อสู้ลอยฟ้าซีจีหลอกตา
- เคมีข้ามรุ่นระหว่าง สตอลโลน และ จาวอน วอลตัน: มิตรภาพต่างวัยที่ช่วยเยียวยาบาดแผลในอดีตและมอบความหวังให้แก่กัน
- ผลงานขึ้นหิ้งสำหรับคอหนัง Gritty Superhero, Sylvester Stallone Action, Dark Vigilante, Street-Level Comic Adaptation, Plot Twist Cinema: ตอบโจทย์คอหนังสายบู๊ที่ชื่นชอบซูเปอร์ฮีโร่สไตล์ติดดิน โหด ดิบ และไม่ประนีประนอม