Kingsman: The Golden Circle (2017) คิงส์แมน 2 รวมพลังโครตพยัคฆ์ – ฐานทัพผู้ดีพินาศ สู่การแท็กทีมสายลับคาวบอย และสงครามโค่นราชินียาเสพติดสุดเพี้ยน
ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามจักรวาลภาพยนตร์แอ็กชันสายลับสไตล์จัดจ้านและการกำกับสุดแหวกแนวของ แมทธิว วอห์น (Matthew Vaughn จาก Kick-Ass และ Kingsman: The Secret Service) มาอย่างต่อเนื่อง Kingsman: The Golden Circle (2017) นำแสดงโดย ทารอน เอเจอร์ตัน (Taron Egerton), โคลิน เฟิร์ธ (Colin Firth), มาร์ก สตรอง (Mark Strong), จูเลียน มัวร์ (Julianne Moore), เปโดร ปัสกัล (Pedro Pascal), แชนนิง เททัม (Channing Tatum), ฮัลลี เบอร์รี (Halle Berry) และ เจฟฟ์ บริดเจส (Jeff Bridges) ร่วมด้วยการปรากฏตัวระดับไอคอนของ เซอร์เอลตัน จอห์น (Elton John) คือภาคต่อฟอร์มยักษ์ที่ขยายสเกลความมันจากลอนดอนสู่ระดับโลก ด้วยการจับคู่ความเนี้ยบแบบสุภาพบุรุษอังกฤษเข้ากับความดิบเถื่อนสไตล์คาวบอยอเมริกัน พร้อมสาดคิวบู๊มุมกล้องหมุนควงและอุปกรณ์ไฮเทคสุดล้ำที่บ้าระห่ำยิ่งกว่าเดิม
เรื่องย่อ: องค์กรถูกล้างบาง สู่การจับมือองค์กรพี่น้องข้ามทวีป
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดเมื่อองค์กรสายลับสุภาพบุรุษ “คิงส์แมน” ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธนำวิถีพร้อมกันทั่วเกาะอังกฤษ ทำลายทั้งฐานบัญชาการ ร้านตัดเสื้อ และเซฟเฮาส์จนราบเป็นหน้ากลอง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เกือบทั้งหมดเสียชีวิต เหลือรอดเพียง “เอ็กซี” (รับบทโดย ทารอน เอเจอร์ตัน) หรือสายลับการาฮัดคนใหม่ และ “เมอร์ลิน” (รับบทโดย มาร์ก สตรอง) ฝ่ายสนับสนุนทางเทคนิค
ทั้งคู่ต้องปฏิบัติตามพิธีสารฉุกเฉินวันสิ้นโลก (Doomsday Protocol) ซึ่งนำพาพวกเขาข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปยังรัฐเคนทักกี สหรัฐอเมริกา และได้ค้นพบความจริงว่า คิงส์แมนยังมีองค์กรสายลับพันธมิตรลับๆ ในชื่อ “สเตตส์แมน” (Statesman) ที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังโรงกลั่นเบอร์เบินวิสกี้ชื่อดัง นำโดย แชมเปญ (เจฟฟ์ บริดเจส), จินเจอร์ อาล (ฮัลลี เบอร์รี), เทควิลา (แชนนิง เททัม) และ วิสกี้ (เปโดร ปัสกัล) ที่สำคัญไปกว่านั้น เอ็กซีได้พบว่า “แฮร์รี ฮาร์ต” (โคลิน เฟิร์ธ) ผู้เป็นทั้งอาจารย์และพ่อคนที่สอง ยังไม่ตาย แต่สูญเสียความทรงจำจากกระสุนเจาะตาและเชื่อว่าตัวเองเป็นนักศึกษาเรื่องผีเสื้อ
ผู้อยู่เบื้องหลังการล้างบางคิงส์แมนคือ “ป๊อปปี้ อดัมส์” (รับบทโดย จูเลียน มัวร์) เจ้าแม่ราชินียาเสพติดแห่งกลุ่ม “เดอะ โกลเด้น เซอร์เคิล” (The Golden Circle) ผู้ซ่อนตัวอยู่ในป่าลึกแคมโบเดียที่ถูกเนรมิตเป็นเมืองสไตล์เรโทรยุค 50s ป๊อปปี้ได้ผสมสารพิษมรณะลงในสารเสพติดทุกชนิดทั่วโลก เพื่อจับผู้เสพหลายร้อยล้านคนเป็นตัวประกัน บีบให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศให้ยาเสพติดถูกกฎหมาย เอ็กซี, เมอร์ลิน และสายลับสเตตส์แมนจึงต้องแท็กทีมฟื้นความทรงจำของแฮร์รี พร้อมบุกถล่มรังของป๊อปปี้เพื่อแย่งชิงยาถอนพิษมากอบกู้มนุษยชาติ
จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม
Kingsman: The Golden Circle (2017) โดดเด่นด้วย คิวบู๊แอ็กชันสุดมันที่แม่นยำและลื่นไหลด้วย CGI แบบไฮเปอร์เรียล (Hyperkinetic Action Choreography) แมทธิว วอห์น ยังคงรักษาลายเซ็นฉากต่อสู้แบบ Long-Take จำลองได้อย่างไร้ที่ติ โดยเฉพาะฉากเปิดเรื่องดวลปืนบนรถแท็กซี่กลางกรุงลอนดอน และฉากไคลแมกซ์ในรังของป๊อปปี้ที่แฮร์รีและเอ็กซีสลับปืนและร่มกันอย่างพริ้วไหว นอกจากนี้ การเปิดตัว สายลับวิสกี้ (เปโดร ปัสกัล) พร้อมแส้ไฟฟ้าเลเซอร์และบ่วงบาศก์คาวบอย ก็กลายเป็นหนึ่งในฉากจำที่เท่และสะใจคอหนังแอ็กชันทั่วโลก
ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การปะทะกันของสองวัฒนธรรม (Savile Row Tailoring vs. Kentucky Bourbon Swagger) หนังเปรียบเทียบเสน่ห์ความเนี้ยบ สุภาพ อ่อนน้อมของคิงส์แมน กับความห่าม ดุดัน ยิงก่อนถามทีหลังของสเตตส์แมนได้อย่างลงตัว เสริมด้วยสีสันความกวนและมุกตลกร้ายของ จูเลียน มัวร์ ที่สวมบทบาทตัวร้ายยิ้มหวานแต่ไร้ความปรานี และการขโมยซีนระดับตำนานของ เซอร์เอลตัน จอห์น ในบทบาทของตัวเองที่เตะต่อยบู๊แหลก
ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม
- การคืนชีพและการแท็กทีมของ Harry Hart และ Eggsy: การกลับมารวมตัวของสองคู่หูการาฮัดที่แฟนๆ รอคอย
- ฉากในตำนานเพลง Country Roads ของ Merlin: วินาทีเสียสละอันทรงเกียรติและบีบหัวใจของ มาร์ก สตรอง ที่ตราตรึงในความทรงจำ
- ลีลาคาวบอยแส้ไฟฟ้าของ Pedro Pascal: ฉากดวลเดี่ยวในบาร์และบนกระเช้าลอยฟ้าที่ออกแบบคิวบู๊ได้อย่างดุดัน
- บทบาทขโมยซีนของ Elton John: มุกตลกเพี้ยนๆ และฉากบู๊ชุดขนนกสีสันสดใสที่สร้างเสียงหัวเราะได้ทั้งเรื่อง
- ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว Spy Action, Comic Book Adaptation, High-Tech Gadgets และ Stylized Blockbuster: ภาคต่อฟอร์มยักษ์ที่อัปเกรดความบ้าพลังและความบันเทิงแบบนอนสต็อปตั้งแต่ต้นจนจบ