Saw X (2023) ชำแหละแค้น…เกมตัดตาย การกลับมาทวงแค้นที่สะเทือนขวัญและทรงพลังที่สุดของ “จิ๊กซอว์”
สำหรับคอภาพยนตร์สยองขวัญระดับพรีเมียม ไม่มีใครไม่รู้จักตำนานของ “จิ๊กซอว์” ผู้พิพากษาชีวิตมนุษย์ผ่านเกมแห่งความตาย และใน Saw X (2023) หรือชื่อไทย “ชำแหละแค้น…เกมตัดตาย” คือการกลับมาอย่างสมศักดิ์ศรีที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ภาพยนตร์ภาคนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การโชว์กับดักเลือดสาด แต่เป็นการพาดำดิ่งลงไปสำรวจ “ความเป็นมนุษย์” และ “แรงผลักดันส่วนตัว” ของตัวละครระดับไอคอนิกอย่างที่ไม่เคยมีภาคไหนทำมาก่อน
เส้นเรื่องของ Saw X ถูกวางไว้ในช่วงรอยต่อที่น่าสนใจที่สุด นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่าง Saw I และ Saw II โดยโฟกัสไปที่ชีวิตของ จอห์น เครเมอร์ (รับบทโดย โทบิน เบลล์) ชายแก่ผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้ายที่กำลังหมดหวังกับชีวิต ทว่าประกายไฟแห่งความหวังกลับถูกจุดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเขาได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับโครงการรักษาโรคมะเร็งลับสุดยอดในเม็กซิโกที่อ้างว่าสามารถปาฏิหาริย์รักษาเขาให้หายขาดได้
จอห์นตัดสินใจเดินทางข้ามประเทศด้วยความหวังเต็มเปี่ยม แต่แล้วความหวังนั้นกลับถูกบดขยี้จนแหลกสลาย เมื่อเขาพบว่ากระบวนการรักษาทั้งหมดเป็นเพียงแค่ “ขบวนการต้มตุ๋นระดับโลก” ที่จงใจสูบเงินและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของผู้ป่วยที่กำลังสิ้นหวัง
ความแค้นอันบริสุทธิ์จึงอุบัติขึ้น ทว่าครั้งนี้มันต่างออกไป เพราะนี่ไม่ใช่เกมเพื่อสั่งสอนศีลธรรมทั่วไป แต่เป็น “ความแค้นส่วนตัว” ของจอห์น เครเมอร์ ขบวนการแพทย์ลวงโลกทุกคนถูกลักพาตัวมายังโรงงานร้าง และต้องเผชิญหน้ากับกับดักสุดวิปริตที่ถูกออกแบบมาจากความโกรธแค้นขั้นสุด โดยมี อะแมนดา ยัง (รับบทโดย ชอว์นี สมิธ) ศิษย์เอกคอยสมทบ ในเกมตัดตายครั้งที่โหดเหี้ยมที่สุด สะใจที่สุด และบีบคั้นหัวใจคนดูมากที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ แฟรนไชส์ Saw
รีวิวจากมุมมองนักวิจารณ์: ทำไม Saw X ถึงเป็นภาคต่อที่ดีที่สุดนับจากภาคแรก?
“ไม่ใช่แค่ความสยองขวัญ แต่คือมหากาพย์การทวงแค้นที่มี ‘หัวใจ’ และ ‘เลือดเนื้อ’ มากที่สุด”
ในฐานะนักวิจารณ์ภาพยนตร์ที่ติดตามแฟรนไชส์นี้มาอย่างยาวนาน ต้องยอมรับว่า Saw X (2023) คือการคืนฟอร์มอย่างแท้จริง (Masterpiece Return) หนังฉลาดมากที่เปลี่ยนมุมมองจากการให้คนดูไล่ตามสืบคดี มาเป็นการให้เราสวมหมวกและร่วมเดินทางไปกับตัวของ จอห์น เครเมอร์ ในฐานะ “ตัวเอก” ของเรื่องอย่างเต็มตัว
- การแสดงระดับขึ้นหิ้งของ โทบิน เบลล์ (Tobin Bell): ในวัย 80 กว่าปี โทบิน เบลล์ มอบการแสดงที่ทรงพลังที่สุดในชีวิต เขาทำให้เราเห็นถึงความเปราะบางของคนแก่ที่กำลังจะตาย สลับกับความเลือดเย็นและอัจฉริยภาพของฆาตกรจิ๊กซอว์ได้อย่างไร้ที่ติ มันทำให้คนดูหลงรักและพร้อมจะเทใจช่วยเขาในการลงทัณฑ์คนชั่ว
- กับดักที่ชาญฉลาดและตอบโจทย์ (The Infamous Traps): กับดักในภาคนี้ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น มันไม่ได้โหดอย่างไร้เหตุผล แต่เป็นกับดักที่ออกแบบมาเพื่อ “ดัดหลัง” พฤติกรรมต้มตุ๋นของเหยื่อแต่ละคนโดยเฉพาะ ฉากบีบคั้นอารมณ์ทำได้อย่างรุนแรงจนคนดูแทบต้องเบือนหน้าหนีแต่ก็ไม่อาจละสายตาได้
- บทภาพยนตร์ที่เข้มข้น มีมิติเชิงลึก: ครึ่งแรกของหนังคือดรามาที่ปูอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างหนักแน่น ส่วนครึ่งหลังคือรถไฟเหาะแห่งความสยองขวัญ การปะทะกันทางจิตวิทยาของตัวละครมีชั้นเชิงและนำไปสู่บทสรุปที่หักมุมอย่างงดงาม
หากคุณเคยผิดหวังกับภาคก่อนๆ หรือคิดว่าแฟรนไชส์นี้หมดไฟไปแล้ว Saw X จะเปลี่ยนความคิดของคุณไปตลอดกาล นี่คือภาพยนตร์สยองขวัญทริลเลอร์ที่สมบูรณ์แบบและสมควรได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในผลงานที่ดีที่สุดของปี 2023