เนื้อเรื่องย่อ

Indiana Jones and the Dial of Destiny (2023) – อินเดียน่า โจนส์ กับกงล้อแห่งโชคชะตา แอนติคิเธียราแห่งอาร์คิมิดีส รอยแยกกาลเวลา และบทอำลาตำนานแส้หนังของ เจมส์ แมนโกลด์, แฮร์ริสัน ฟอร์ด และ ฟีบี วอลเลอร์-บริดจ์

ในฐานะภาพยนตร์แอ็กชัน-ผจญภัยฟอร์มยักษ์ส่งท้ายมหากาพย์ระดับตำนานเกือบครึ่งศตวรรษ (Epic Action-Adventure Franchise Finale) Indiana Jones and the Dial of Destiny (2023) หรือในชื่อไทย อินเดียน่า โจนส์ กับกงล้อแห่งโชคชะตา ผลงานการกำกับของ เจมส์ แมนโกลด์ (James Mangold จาก Logan และ Ford v Ferrari) อำนวยการสร้างโดย สตีเวน สปีลเบิร์ก และ จอร์จ ลูคัส คือหมุดหมายสำคัญในการพานักโบราณคดีผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกภาพยนตร์กลับมาสวมหมวกเฟโดราและสะบัดแส้เพื่ออำลาบทบาทนี้เป็นครั้งสุดท้าย หนังหยิบยกกลไกคำนวณดาราศาสตร์โบราณอย่าง “กลไกแอนติคิเธียรา” (Antikythera Mechanism) มาผูกเข้ากับทฤษฎีรูหนอนข้ามกาลเวลาและการแข่งขันทางอวกาศยุคสงครามเย็น นำแสดงโดย แฮร์ริสัน ฟอร์ด (Harrison Ford), ฟีบี วอลเลอร์-บริดจ์ (Phoebe Waller-Bridge), แมดส์ มิคเคลสัน (Mads Mikkelsen), อันโตนิโอ บันเดรัส (Antonio Banderas), บอยด์ โฮลบรูค (Boyd Holbrook) และ คาเรน อัลเลน (Karen Allen)

เรื่องย่อ: ขบวนการนาซีชิงกลไกโบราณ วิกฤตวัยเกษียณ สู่สงครามข้ามมิติเวลา

เรื่องราวเปิดฉากขึ้นในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี 1944 ดร. อินเดียนา โจนส์ (รับบทโดย แฮร์ริสัน ฟอร์ด) และเพื่อนนักโบราณคดี แบซิล ชอว์ บุกชิงหอกลองกินุสจากกองทัพนาซีเยอรมัน ทว่าพวกเขากลับได้พบกับวัตถุโบราณที่ล้ำค่ายิ่งกว่า นั่นคือครึ่งหนึ่งของ “กงล้อแห่งโชคชะตา” หรือกลไกแอนติคิเธียราที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยนักคณิตศาสตร์อัจฉริยะ อาร์คิมิดีส ซึ่งเชื่อกันว่าสามารถทำนายและเปิดรอยแยกแห่งกาลเวลาได้ โดยมี เจอร์เกน โฟลเลอร์ (รับบทโดย แมดส์ มิคเคลสัน) นักฟิสิกส์นาซีพยายามแย่งชิงไป แต่อินดี้สามารถขัดขวางและเก็บรักษามันไว้ได้

ตัดสลับมาสู่ปี 1969 ในยุคที่มนุษย์เพิ่งพิชิตดวงจันทร์ อินดี้ในวัยชรากำลังเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวหลังสูญเสียลูกชายในสงครามและแยกทางกับแมเรียน ภรรยาคู่ชีวิต อีกทั้งยังกำลังจะเกษียณอายุจากการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยในนิวยอร์ก ทว่าความสงบสุขก็จบลงเมื่อ เฮเลนา ชอว์ (รับบทโดย ฟีบี วอลเลอร์-บริดจ์) ลูกทูนหัวของเขาและลูกสาวของแบซิล ปรากฏตัวขึ้นเพื่อตามหากลไกแอนติคิเธียราไปขายในตลาดมืด

ในขณะเดียวกัน โฟลเลอร์ ซึ่งปัจจุบันแฝงตัวเป็นนักวิทยาศาสตร์คนสำคัญในโครงการอวกาศของนาซา (NASA) ได้ส่งทีมสังหารออกตามล่าเพื่อแย่งชิงชิ้นส่วนทั้งสองของกงล้อ หวังใช้เดินทางย้อนเวลากลับไปแก้ไขความพ่ายแพ้ของนาซีในอดีต อินดี้จึงต้องออกเดินทางผจญภัยครั้งสุดท้ายร่วมกับเฮเลนาและเด็กหนุ่มนาม เท็ดดี้ ข้ามทวีปจากโมร็อกโก กรีซ สู่เกาะซิซิลี เพื่อไขปริศนาสุสานอาร์คิมิดีส ทว่าเมื่อกงล้อถูกประกอบสมบูรณ์และเปิดใช้งาน รอยแยกมิติกาลเวลากลับพาทุกคนดิ่งย้อนลึกเกินคาด สู่ใจกลางสมรภูมิการปิดล้อมเมืองซีราคิวส์ยุคกรีกโบราณเมื่อ 212 ปีก่อนคริสตกาล

สุนทรียะแห่งเทคโนโลยีลดวัย การไล่ล่าข้ามยุคสมัย และบทอำลาอันทรงคุณค่า

The Dial of Destiny (2023) โดดเด่นด้วยการใช้เทคโนโลยีลดวัยดิจิทัล (De-aging VFX) ในช่วง 20 นาทีแรกของเรื่อง เพื่อเนรมิตภาพลักษณ์ของ แฮร์ริสัน ฟอร์ด ในวัยหนุ่มยุค 1940s ออกมาได้อย่างสมจริงและเปี่ยมด้วยมนต์ขลังดั้งเดิมของแฟรนไชส์ งานกำกับของ เจมส์ แมนโกลด์ ยังคงเคารพลายเซ็นความคลาสสิกของ สตีเวน สปีลเบิร์ก ทั้งฉากขี่ม้าตะลุยขบวนพาเหรดอวกาศ และฉากซิ่งรถตุ๊กๆ สามล้อไล่ล่ากลางเมืองแทนเจียร์

ความยอดเยี่ยมสูงสุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การให้เกียรติและสำรวจความเปราะบางของตัวละคร “อินเดียนา โจนส์” ในวัยโรยรา ผู้รู้สึกว่าตนเองกลายเป็นส่วนเกินของยุคสมัยใหม่ แฮร์ริสัน ฟอร์ด ถ่ายทอดความเหนื่อยล้า ความเจ็บปวดจากการสูญเสีย และประกายตาแห่งนักผจญภัยออกมาได้อย่างสะเทือนอารมณ์ เคมีอันจัดจ้านระหว่างเขากับ ฟีบี วอลเลอร์-บริดจ์ ช่วยเติมพลังความสดใหม่ ขณะที่ แมดส์ มิคเคลสัน มอบบทบาทวายร้ายนาซีที่สุขุม เยือกเย็น และน่าเกรงขาม ผสานดนตรีประกอบธีมคลาสสิกจากปลายปากกาของ จอห์น วิลเลียมส์ (John Williams) ที่ส่งให้ฉากอำลาท้ายเรื่องกลายเป็นความทรงจำอันงดงามของแฟนภาพยนตร์ทั่วโลก

ทำไมถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?

  • การสะบัดแส้อำลาบทบาทครั้งสุดท้ายของ แฮร์ริสัน ฟอร์ด: การปิดฉากตัวละครระดับไอคอนของโลกภาพยนตร์อย่างสมศักดิ์ศรีและน่าประทับใจ
  • ฉากเปิดเรื่องย้อนวัย 20 นาทีสุดคลาสสิก: เทคโนโลยี De-aging ที่พาผู้ชมย้อนกลับสู่ยุคทองของไตรภาคแรกอย่างน่าทึ่ง
  • การปะทะบทบาทของ แมดส์ มิคเคลสัน: สวมบทวายร้ายสายฟิสิกส์นาซีได้อย่างเยือกเย็น โหดเหี้ยม และทรงพลัง
  • ไคลแมกซ์ทะลุมิติกาลเวลาสุดเซอร์ไพรส์: การพาตัวละครข้ามเวลากลับสู่ยุคสงครามซีราคิวส์โบราณที่แปลกใหม่และคาดเดาไม่ได้
  • ผลงานขึ้นหิ้งสำหรับคอหนัง Action, Adventure, Fantasy, Period, Indiana Jones Franchise: บทสรุปมหากาพย์การเดินทาง 42 ปีที่แฟนหนังต้องร่วมเป็นพยาน

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ

ประเภทหนัง