เนื้อเรื่องย่อ

The Black Phone (2021) สายหลอน ซ่อนวิญญาณ – เสียงโทรศัพท์ตัดสายจากเหยื่อใต้หลุมดำ หน้ากากปีศาจของ อีธาน ฮอว์ก และการเอาตัวรอดวัยเยาว์สุดระทึก

ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามหนังสยองขวัญแนวจิตวิทยาเหนือธรรมชาติ (Supernatural Psychological Horror) งานดัดแปลงเรื่องสั้นของ โจ ฮิลล์ (Joe Hill ลูกชายของ สตีเฟน คิง) และการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของทีมงาน Sinister นำโดยผู้กำกับ สก็อตต์ เดอร์ริกสัน (Scott Derrickson จาก Doctor Strange) และมือเขียนบท ซี. โรเบิร์ต คาร์กิลล์ The Black Phone (2021) สายหลอน ซ่อนวิญญาณ นำแสดงโดย เมสัน เธมส์ (Mason Thames), แมเดลีน แม็กกรอว์ (Madeleine McGraw) และการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของ อีธาน ฮอว์ก (Ethan Hawke) คือภาพยนตร์สยองขวัญบลูมเฮาส์ (Blumhouse Productions) ที่ผสมผสานบรรยากาศฟิล์มนัวร์ย้อนยุค การเอาชีวิตรอดในพื้นที่ปิด และพลังจิตวิญญาณออกมาได้อย่างแน่นแฟ้น ตึงเครียด และสะเทือนอารมณ์

เรื่องย่อ: ห้องใต้ดินเก็บเสียง โทรศัพท์สีดำสายหลุด และคำใบ้จากเหล่าวิญญาณ

เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 1978 ณ ย่านชานเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด ท่ามกลางความหวาดผวาของผู้คนในชุมชนเมื่อมีเด็กชายวัยรุ่นหายตัวไปอย่างลึกลับทีละคน โดยมีเบาะแสเพียงลูกโป่งสีดำและรถตู้ปริศนาของชายลึกลับฉายา “เดอะ แกร็บเบอร์” (The Grabber – รับบทโดย อีธาน ฮอว์ก)

“ฟินนีย์” (รับบทโดย เมสัน เธมส์) เด็กชายวัย 13 ปี ผู้ขี้อาย มักถูกเพื่อนอันธพาลรังแกที่โรงเรียน และต้องทนอยู่กับพ่ออารมณ์ร้ายติดเหล้า มีเพียง “เกวน” (รับบทโดย แมเดลีน แม็กกรอว์) น้องสาวผู้กล้าหาญและมีพลังพิเศษฝันเห็นลางบอกเหตุคอยอยู่เคียงข้าง วันหนึ่ง ฟินนีย์ตกเป็นเหยื่อรายล่าสุดของเดอะ แกร็บเบอร์ เขาถูกลักพาตัวมาขังไว้ในห้องใต้ดินเก็บเสียงที่ว่างเปล่า มีเพียงฟูกนอนเก่าๆ และ “โทรศัพท์สีดำติดผนังที่ถูกตัดสายทิ้ง”

ทว่าโทรศัพท์ไร้สายเครื่องนั้นกลับดังขึ้น เมื่อฟินนีย์ตัดสินใจยกหูรับสาย เขาได้ยินเสียงกระซิบจากวิญญาณของเหยื่อเด็กชายรายก่อนๆ ที่จำชื่อตัวเองไม่ได้แต่จำวิธีเอาชีวิตรอดได้ วิญญาณแต่ละดวงเริ่มถ่ายทอดเคล็ดลับ แผนการขุดหลุม รหัสเปิดประตู และทักษะการต่อสู้ระยะประชิดให้แก่ฟินนีย์ ขณะเดียวกัน เกวนก็เริ่มฝันเห็นภาพนิมิตเกี่ยวกับสถานที่ซ่อนตัวของฆาตกร ฟินนีย์จึงต้องรวบรวมความกล้าเพื่อเปลี่ยนตัวเองจากผู้ถูกล่าให้กลายเป็นผู้สู้ยิบตา ก่อนที่เวลาของเขาจะหมดลง

จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม

The Black Phone (2021) โดดเด่นด้วย การสร้างสรรค์ตัวร้ายหน้ากากปีศาจของ Ethan Hawke (Iconic Antagonist Design) หน้ากากปีศาจโบราณที่ออกแบบโดย ทอม ซาวินี (Tom Savini) ปรมาจารย์สเปเชียลเอฟเฟกต์ สามารถถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนปากเพื่อแสดงอารมณ์ ทั้งยิ้ม แสยะ ยิ้มเยาะ และบูดบึ้ง อีธาน ฮอว์ก ใช้เพียงสายตา ภาษากาย และน้ำเสียงในการสร้างความสะพรึงกลัว ทำให้ เดอะ แกร็บเบอร์ กลายเป็นหนึ่งในฆาตกรต่อเนื่องที่มีเอกลักษณ์ติดตาในยุคหลัง

ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การเปลี่ยนผีจากสิ่งน่ากลัวให้กลายเป็นพันธมิตร (Ghosts as Allies & Empowerment) หนังไม่ได้ใช้ผีมาสร้าง Jump Scare เพื่อหลอกหลอนตัวเอก แต่ใช้วิญญาณเด็กๆ มาเป็นพี่เลี้ยงและสัญลักษณ์ของการส่งต่อความกล้าหาญ การเติบโตของฟินนีย์ที่ก้าวข้ามความหวาดกลัว ปมการถูกบูลลี่ และลุกขึ้นมาสู้เพื่อเอาชีวิตรอด มอบอารมณ์แบบหนัง Coming-of-Age ยุค 70s–80s ที่ทรงพลังและน่าเอาใจช่วยอย่างยิ่ง

ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม

  • การแสดงอันยอดเยี่ยมของ Mason Thames และ Madeleine McGraw: ถ่ายทอดความสัมพันธ์พี่น้องที่อบอุ่นและจริงใจ โดยเฉพาะฉากนิมิตและบทพูดสุดห้าวของเกวน
  • บทบาทฆาตกรโรคจิตของ Ethan Hawke: การพลิกมารับบทตัวร้ายสุดอำมหิตที่ทั้งคาดเดาไม่ได้และหลอนประสาท
  • ความกดดันในพื้นที่ปิด (Claustrophobic Tension): การใช้ห้องใต้ดินเก็บเสียงเป็นสนามประลองไหวพริบระหว่างเหยื่อกับฆาตกร
  • งานภาพและเกรนฟิล์มสไตล์ Super 8: การถ่ายทอดฉากแฟลชแบ็กและความฝันด้วยสไตล์ฟิล์มโบราณที่สมจริงและให้อารมณ์หวาดระแวง
  • ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว Supernatural Thriller, Serial Killer Mystery, 70s Retro Horror และ Blumhouse Hits: ภาพยนตร์ระทึกขวัญครบรสที่ผสานความสยองขวัญเข้ากับการเอาชีวิตรอดได้อย่างชาญฉลาดและสะใจในตอนท้าย

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ

ประเภทหนัง