The Call (2020) สายตรงต่ออดีต – โทรศัพท์ข้ามมิติเวลา เกมจิตวิทยาเฉือนคมข้ามทศวรรษ และกำเนิดฆาตกรต่อเนื่องโรคจิตสุดคลั่ง
ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามงานภาพยนตร์ทริลเลอร์ไซโคโลจิคัลของเกาหลีใต้ (Korean Psychological Thriller) หนังพล็อตข้ามเวลาผีเสื้อขยับปีก (Butterfly Effect & Time Paradox) และความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์ระทึกขวัญจาก Netflix The Call (2020) หรือในชื่อไทย สายตรงต่ออดีต ผลงานการกำกับภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของ อีชุงฮยอน (Lee Chung-hyun) นำแสดงโดย พัคชินฮเย (Park Shin-hye) และ จอนจงซอ (Jeon Jong-seo ร่วมด้วย คิมซ็องรย็อง และ อีเอล) ดัดแปลงหลวมๆ จากภาพยนตร์อังกฤษ-เปอร์โตริโกเรื่อง The Caller (2011) คือภาพยนตร์ระทึกขวัญระดับขึ้นหิ้งที่ดึงเอาจุดเด่นของสายโทรศัพท์บ้านไร้สายมาสร้างความตื่นตระหนก การบิดเบือนไทม์ไลน์ และสงครามชิงไหวชิงพริบที่ไร้ความปรานี
เรื่องย่อ: สายโทรศัพท์ลึกลับ สู่การปลุกชีพปีศาจร้ายในอดีต
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ “ซอยอน” (รับบทโดย พัคชินฮเย) หญิงสาวในยุคปัจจุบัน (ปี 2019) เดินทางกลับมายังบ้านเก่าในชนบทเพื่อดูแลแม่ที่ป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง เธอทำสมาร์ตโฟนหล่นหายระหว่างทาง จึงต้องนำโทรศัพท์บ้านรุ่นเก่าไร้สายที่เก็บอยู่ในห้องเก็บของออกมาเสียบปลั๊กใช้งาน ทว่าไม่นานนัก เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ปลายสายคือหญิงสาวลึกลับที่กรีดร้องขอความช่วยเหลือด้วยความตื่นตระหนก อ้างว่าตัวเองกำลังถูกแม่เลี้ยงร่างทรงทำร้ายและทรมาน
ในตอนแรกซอยอนคิดว่าเป็นสายโทรผิด แต่ในที่สุดทั้งสองก็ค้นพบความจริงอันน่าตกตะลึงว่า ปลายสายคือ “ยองซุก” (รับบทโดย จอนจงซอ) หญิงสาวที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันนี้ แต่เธอใช้ชีวิตอยู่ใน ปี 1999 หรือ 20 ปีก่อนหน้า
เมื่อรู้ว่าสามารถแทรกแซงกาลเวลาได้ ยองซุกจึงยื่นข้อเสนอที่จะช่วยชีวิตพ่อของซอยอนจากเหตุเพลิงไหม้ในปี 1999 ผลลัพธ์คือพ่อของซอยอนรอดชีวิต และชีวิตในปัจจุบันของซอยอนเปลี่ยนไปเป็นครอบครัวสุขสันต์ในทันที เพื่อตอบแทนบุญคุณ ซอยอนจึงค้นหาบันทึกข่าวเก่าและเตือนยองซุกว่าเธอจะถูกแม่เลี้ยงฆ่าตายในคืนพิธีกรรมไล่ผี ยองซุกจึงลงมือชิงสังหารแม่เลี้ยงก่อนเพื่อเอาชีวิตรอด
ทว่าการรอดชีวิตของยองซุกได้ปลดปล่อย “สัญชาตญาณฆาตกรโรคจิต” ที่เคยถูกกักขัง ยองซุกเริ่มสังหารผู้บริสุทธิ์รอบตัวอย่างบ้าคลั่ง และเมื่อซอยอนเริ่มถอยห่าง ยองซุกจึงใช้ความได้เปรียบทางกาลเวลาจับคนในครอบครัวของซอยอนในอดีตเป็นตัวประกัน บีบให้ซอยอนต้องหาทางเอาตัวรอดและหยุดยั้งฆาตกรข้ามมิติเวลา ก่อนที่ปัจจุบันของเธอจะถูกลบเลือนจนไม่เหลืออะไรเลย
จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม
The Call (2020) โดดเด่นด้วย การขับเคี่ยวทางการแสดงขั้วตรงข้ามอันทรงพลัง โดยเฉพาะการแจ้งเกิดระดับมาสเตอร์พีซของ จอนจงซอ (Career-Defining Psychopathic Performance) จอนจงซอในบท ยองซุก ถ่ายทอดความคุ้มคลั่ง ความบิดเบี้ยวทางอารมณ์ และรอยยิ้มชวนขนลุกได้อย่างน่าสะพรึงกลัว จนสามารถคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเวที Baeksang Arts Awards ครั้งที่ 57 มาครองได้สำเร็จ ขณะที่ พัคชินฮเย พลิกภาพจำจากนางเอกสายหวานมารับบทเหยื่อที่ค่อยๆ แปลงร่างเป็นนักสู้ผู้จนตรอกได้อย่างดุเดือด
ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ งานวิชวลเอฟเฟกต์และการเปลี่ยนผ่านไทม์ไลน์แบบเรียลไทม์ (Seamless Temporal Transformations) ทุกครั้งที่อดีตถูกเปลี่ยน สภาพแวดล้อมในปัจจุบันจะแปรสภาพต่อหน้าต่อตาผู้ชมทันที ทั้งการผุพังของบ้าน สีของวอลเปเปอร์ ข้าวของที่สลายตัว หรือแม้แต่รอยแผลเป็นบนร่างกายของซอยอน การจัดแสงและคุมโทนสีที่ตัดกันระหว่างความสดใสหลอกตากับความมืดมนสนิมเขรอะ ช่วยบีบคั้นอารมณ์ความสิ้นหวังได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม
- การแสดงระดับปรากฏการณ์ของ จอนจงซอ: การสร้างตัวละครฆาตกรโรคจิตหญิงที่โหดเหี้ยม คาดเดาไม่ได้ และน่าจดจำที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์เกาหลี
- พล็อต Butterfly Effect ขั้นสุดขีด: การเปลี่ยนแปลงอดีตเพียงจุดเดียวที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่จนชีวิตพังทลาย
- งานสร้างและเทคนิคภาพอันน่าทึ่ง: ฉากบ้านกลายสภาพแบบเรียลไทม์ที่สร้างความตื่นตะลึงและสร้างความกดดันเชิงจิตวิทยา
- การชิงไหวชิงพริบข้าม 20 ปี: การส่งสาร การใช้ความรู้จากประวัติศาสตร์ และการวางกับดักผ่านสัญญาณโทรศัพท์
- ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว Psychological Thriller, Time Travel Horror, Cat-and-Mouse Suspense และ Korean Cinema: ภาพยนตร์ทริลเลอร์ที่ดำเนินเรื่องฉับไว ตรึงคนดูให้อยู่หมัดตั้งแต่ต้นจนถึงฉากจบหลังเครดิตสุดสะพรึง