เนื้อเรื่องย่อ

The Protector (2005) ต้มยำกุ้ง – “ช้างกูอยู่ไหน!” มหากาพย์แม่ไม้มวยไทยคชสาร สตันท์ไร้สลิงระดับโลก และฉากลองเทกบันไดวนในตำนาน

ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามประวัติศาสตร์ภาพยนตร์แอ็กชันระดับโลก มหากาพย์ศิลปะการต่อสู้มวยไทย (Martial Arts Cinema) และหมุดหมายสำคัญของวงการภาพยนตร์ไทยบนเวทีสากล The Protector (2005) หรือในชื่อไทย ต้มยำกุ้ง ผลงานระดับมาสเตอร์พีซกำกับโดย ปรัชญา ปิ่นแก้ว ออกแบบคิวบู๊โดย พันนา ฤทธิไกร นำแสดงโดย จา พนม ยีรัมย์ (Tony Jaa), เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา (หม่ำ จ๊กมก), จินซิง (Jin Xing), นาธาน โจนส์ (Nathan Jones) และ จอน ฟู (Jon Foo) คือภาพยนตร์แอ็กชันสัญชาติไทยที่สร้างปรากฏการณ์ถล่มบ็อกซ์ออฟฟิศระดับนานาชาติ เปิดตัวติดอันดับท็อป 4 บนตารางบ็อกซ์ออฟฟิศสหรัฐอเมริกา และประกาศศักดาความดุดันของมวยไทยโบราณสู่สายตาคนทั้งโลก

เรื่องย่อ: ขโมยช้างศักดิ์สิทธิ์ สู่สมรภูมิล่าข้ามทวีปใจกลางซิดนีย์

เรื่องราวบอกเล่าชีวิตของ “ขาม” (รับบทโดย จา พนม) ชายหนุ่มชาวสุรินทร์ผู้สืบเชื้อสายตระกูล “จาตุรงคบาท” หรือกองกำลังทหารราบโบราณผู้มีหน้าที่คุ้มกันเท้าทั้งสี่ของช้างศึกพระที่นั่ง ขามเติบโตมาพร้อมกับ “พ่อใหญ่” ช้างพลายที่มีคชลักษณ์งดงามระดับช้างคู่บารมี และ “ขอน” ลูกช้างตัวเล็กที่เป็นเสมือนพี่น้องร่วมสายเลือด ทว่าในระหว่างการนำช้างไปตรวจคชลักษณ์เพื่อถวายเป็นช้างต้น กำนันผู้ทรงอิทธิพลกลับร่วมมือกับกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ หลอกยิงพ่อของขามจนบาดเจ็บสาหัส และลักพาตัวช้างทั้งสองเชือกขึ้นเรือบรรทุกสินค้าส่งไปยังประเทศออสเตรเลีย

ด้วยหัวใจที่แตกสลายและคำสัญญาต่อบรรพบุรุษ ขามออกเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมุ่งหน้าสู่เมืองซิดนีย์เพียงลำพัง เพื่อตามหาช้างของเขากลับคืนมา ที่นั่นเขาได้รับการช่วยเหลือจาก “จ่ามาร์ค” (รับบทโดย หม่ำ จ๊กมก) ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชาวไทยในออสเตรเลีย และ “ปลา” (รับบทโดย บงกช คงมาลัย) หญิงสาวชาวไทยที่ตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์

การสืบหาเบาะแสนำขามบุกเข้าไปยัง “ร้านอาหารต้มยำกุ้ง” ภัตตาคารหรูใจกลางเมืองที่ฉากหน้าบริการอาหารไทย แต่เบื้องหลังเป็นแหล่งฟอกเงิน ซ่องโสเภณี และตลาดมืดค้าสัตว์ป่าหายากเพื่อเปิบพิสดาร ควบคุมโดย “มาดามโรส” (รับบทโดย จินซิง) เจ้าแม่มาเฟียข้ามเพศสุดเหี้ยมโหด ขามจึงต้องงัดวิชา “มวยคชสาร” ศิลปะการต่อสู้โบราณที่เลียนแบบท่วงท่าของช้าง เข้าฟาดฟันกับกองทัพนักฆ่า ยอดฝีมือนานาชาติ และจอมพลังร่างยักษ์ เพื่อล้างแค้นและทวงช้างคืนมา

จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม

The Protector (2005) โดดเด่นด้วย ฉากต่อสู้แบบลองเทก 4 นาทีขึ้นบันไดวน 4 ชั้น (The Iconic 4-Minute Continuous Long Take) ฉากการบุกตลุยร้านอาหารต้มยำกุ้งที่กล้อง Steadicam เคลื่อนติดตาม จา พนม ต่อสู้กับศัตรูนับสิบคนขึ้นบันไดทีละชั้นแบบไม่มีการคัต ต่อเนื่องยาวนานเกือบ 4 นาที ถือเป็นหนึ่งในฉากแอ็กชันลองเทกที่ยาก ยิ่งใหญ่ และถูกยกย่องเป็นตำนานของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์แอ็กชันโลก เคียงข้างผลงานอย่าง Oldboy และ Hard Boiled

ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การพัฒนาศิลปะการต่อสู้สู่ “มวยคชสาร” และสตันท์ไร้สลิง (Muay Kotchasarn & No-Stunt-Double Realism) แตกต่างจาก องค์บาก ที่เน้นมวยไทยโบราณสายคล่องแคล่ว ต้มยำกุ้งเน้นวิชาหักกระดูก จับ ทุ่ม ทับ และดัดข้อต่อเลียนแบบงวงและงาช้าง นำมาสู่ฉากไคลแมกซ์ “หักกระดูกหมู่” ที่ดุดันจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นก้อง ผสานการแสดงจริง เจ็บจริง ไม่ใช้สลิง และไม่พึ่งซีจีไอ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้ จา พนม กลายเป็นแอ็กชันสตาร์ระดับสากล

ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม

  • วลีฮิตระดับตำนานป๊อปคัลเจอร์: เสียงตะโกน “ช้างกูอยู่ไหน!” ที่ทรงพลังและกลายเป็นประโยคจำติดหูของคนไทยและแฟนหนังทั่วโลก
  • การปะทะกับยอดฝีมือหลากหลายแขนง: ฉากดวลเดือดกับ ลาเทฟ คราวเดอร์ (คาโปเอร่า), จอน ฟู (วูซู) และ นาธาน โจนส์ (นักมวยปล้ำยักษ์ร่าง 7 ฟุต)
  • คอเมดี้และเสน่ห์ของ หม่ำ จ๊กมก: การบาลานซ์โทนเรื่องด้วยมุกตลกธรรมชาติที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของเส้นเรื่อง
  • ฉากแอ็กชันในลานเอ็กซ์ตรีม: การต่อสู้กับแก๊งสตันท์ขี่จักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ (BMX), โรลเลอร์เบลด และมอเตอร์ไซค์ไต่กำแพง
  • ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว Martial Arts, Thai Cinema Heritage, Bone-Breaking Stunt Action และ Global Blockbuster: มรดกภาพยนตร์แอ็กชันไทยที่สมบูรณ์แบบที่สุดเรื่องหนึ่ง และเป็นผลงานขึ้นหิ้งที่ไม่ว่าจะเปิดดูกี่ครั้งก็ยังคงความตื่นตาตื่นใจ

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ

ประเภทหนัง