White Snake (2019) ตำนาน นางพญางูขาว – ปฐมบทความรักข้ามภพ อภิมหางานภาพแอนิเมชันจีนระดับโลก และการตีความใหม่ของ ไลท์ เชเซอร์ แอนิเมชัน
ในฐานะภาพยนตร์แอนิเมชัน 3D แฟนตาซีระดับปรากฏการณ์ที่ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมแอนิเมชันจีนสู่เวทีสากล ผลงานการสร้างของสตูดิโอ ไลท์ เชเซอร์ แอนิเมชัน (Light Chaser Animation ร่วมทุนสร้างกับ Warner Bros.) กำกับโดย หวงเจียคัง (Amp Wong) และ จ้าวฉี (Ji Zhao) White Snake (2019) (ไป๋เสือ: หยวนฉี่) คือภาพยนตร์ที่หยิบยกนิทานพื้นบ้านระดับตำนาน 1 ใน 4 เรื่องเอกของจีนเรื่อง “นางพญางูขาว” มารื้อสร้างใหม่เป็น “ปฐมบท 500 ปีก่อนหน้า” เพื่ออธิบายจุดกำเนิดของความรักอันลึกซึ้งระหว่างปีศาจงูกับมนุษย์ได้อย่างวิจิตรงดงาม ตระการตา และสะเทือนอารมณ์
เรื่องย่อ: ภารกิจลอบสังหาร สูญเสียความทรงจำ สู่สายสัมพันธ์ต้องห้าม 500 ปีก่อนสะพานหัก
เรื่องราวเกิดขึ้นในช่วงปลายราชวงศ์ถัง ยุคสมัยที่บ้านเมืองระส่ำระสาย เจ้าสำนักลัทธิเต๋าผู้ชั่วร้ายใช้อำนาจเผด็จการบังคับให้ชาวบ้านออกจับงูมาเป็นเครื่องบรรณาการ เพื่อใช้ฝึกวิชาดูดกลืนพลังวิญญาณสู่ความเป็นอมตะ ชนเผ่าอสรพิษจึงส่ง “เสี่ยวไป๋” (ปีศาจงูขาวสาว) ไปลอบสังหารเจ้าสำนัก ทว่าแผนการล้มเหลว เสี่ยวไป๋ได้รับบาดเจ็บสาหัสและสูญเสียความทรงจำ ก่อนจะพลัดตกน้ำไปติดอยู่ที่หมู่บ้านจับงู
เธอได้รับการช่วยเหลือจาก “อาเซวียน” (หรือ สวี่เซียน ในชาติอดีต) ชายหนุ่มชาวบ้านผู้มีจิตใจเมตตา รักอิสระ ไม่กลัวงู และเชี่ยวชาญด้านสมุนไพร อาเซวียนสังเกตเห็น “ปิ่นหยกวิเศษ” ที่เสี่ยวไป๋พกติดตัว จึงอาสาพาเธอเดินทางออกตามหาความทรงจำและต้นกำเนิดของปิ่นเล่มนั้น
ตลอดการเดินทาง ทั้งสองต้องเผชิญหน้ากับการตามล่าของทั้งฝ่ายมนุษย์และฝ่ายปีศาจ รวมถึง “เสี่ยวชิง” (ปีศาจงูเขียว) น้องสาวผู้เข้าใจผิดว่าเสี่ยวไป๋แปรพักตร์ ท่ามกลางอันตราย ความผูกพันระหว่างมนุษย์และปีศาจค่อยๆ ถักทอเป็นความรักแท้ ทว่าความจริงเรื่องชาติกำเนิดของเสี่ยวไป๋ และสงครามชี้ชะตาระหว่างกองทัพมนุษย์กับเผ่าอสรพิษ ได้บีบให้อาเซวียนต้องตัดสินใจยอมสละกระทั่งความเป็นมนุษย์ เพื่อพิสูจน์ว่าความรักของเขาสามารถอยู่เหนือกฎเกณฑ์ของสวรรค์และยมโลก
จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม
White Snake (2019) โดดเด่นด้วย สุนทรียศาสตร์และงานภาพแบบภาพวาดหมึกจีนผสมผสานเทคโนโลยี CGI สมัยใหม่ (Visual Splendor & Chinese Ink Wash Aesthetics) ทีมงาน Light Chaser Animation เนรมิตทัศนียภาพของธรรมชาติ ใบไม้แดง สายน้ำ ภูเขาหินปูน และสายหมอก ออกมาได้อย่างประณีตระดับงานศิลปะ โดยเฉพาะฉาก “โรงเตี๊ยมจิ้งจอกเก้าหางเป่าเจ๋อถัง” (Baoxuan Workshop) ที่เต็มไปด้วยจินตนาการแฟนตาซีแบบตะวันออก กลไกเวทมนตร์ และการออกแบบคาแรกเตอร์ปีศาจที่มีเสน่ห์ล้นเหลือ
ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การแก้โจทย์ช่องโหว่ทางตรรกะของตำนานดั้งเดิม (Brilliant Prequel Narrative) นิทานพื้นบ้านดั้งเดิมมักทำให้ผู้ชมสงสัยว่า เหตุใดปีศาจงูขาวผู้บำเพ็ญเพียรนับพันปีจึงยอมทุ่มเททุกสิ่งเพื่อมนุษย์ธรรมดาอย่างสวี่เซียน หนังเรื่องนี้จึงตอบคำถามดังกล่าวอย่างสมบูรณ์แบบด้วยการสร้างตัวละคร “อาเซวียน” ให้เป็นชายหนุ่มผู้กล้าหาญ เสียสละ และยอมกลายร่างเป็นปีศาจชั้นต่ำเพียงเพื่อให้ได้อยู่เคียงข้างเธอ ทำให้สายสัมพันธ์ข้ามภพข้ามชาติมีความสมเหตุสมผลและทรงพลังอย่างยิ่ง
ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม
- ฉากต่อสู้แฟนตาซีกำลังภายในอันดุเดือด: การปะทะกันของเวทมนตร์เต๋า มหายันต์ ค่ายกล และการแปลงกายเป็นพญางูยักษ์ที่น่าเกรงขาม
- คาแรกเตอร์เจ้าของร้านเป่าเจ๋อถัง (ปีศาจจิ้งจอกสองหน้า): ตัวละครแย่งซีนที่มีใบหน้าด้านหนึ่งเป็นสาวงาม อีกด้านหนึ่งเป็นสุนัขจิ้งจอกลึกลับ
- เพลงประกอบอันไพเราะและขับขานจิตวิญญาณพื้นบ้าน: การใช้เครื่องดนตรีกู่เจิงและขลุ่ยจีนผสานวงออร์เคสตรา สร้างความรู้สึกโหยหาและโรแมนติก
- ฉากจบที่เชื่อมโยงสู่ตำนานสะพานหัก (Broken Bridge): การปิดฉากที่สมบูรณ์แบบที่พาผู้ชมไปบรรจบกับฉากเปิดในนิทานพื้นบ้านดั้งเดิม ณ ทะเลสาบซีหู
- ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว Donghua (Chinese Animation), Mythological Fantasy, Martial Arts Romance และ Epic Folklore: แอนิเมชันที่พิสูจน์ให้เห็นว่างานสร้างของจีนสามารถก้าวขึ้นมาทัดเทียมระดับโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ