Time to Hunt (2020) ถึงเวลาล่า – การปล้นบ่อนพนันเถื่อนสู่เกมไล่ล่าไร้ทางรอดกลางเกาหลียุคดิสโทเปีย
ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามงานภาพยนตร์แนวดิสโทเปียทริลเลอร์และแอ็กชันล่าล้างแค้นสุดตึงเครียด (Dystopian Crime Thriller & Relentless Cat-and-Mouse Masterpiece) มาอย่างต่อเนื่อง Time to Hunt (2020) ถึงเวลาล่า หรือชื่อเกาหลี Sanyangeui Sigan ผลงานการกำกับและเขียนบทของ ยุนซองฮยอน (Yoon Sung-hyun) เจ้าของผลงานขึ้นหิ้งอย่าง Bleak Night คือหนึ่งในภาพยนตร์ทริลเลอร์เกาหลีฟอร์มเยี่ยมบน Netflix ที่เปี่ยมด้วยบรรยากาศกดดันจนแทบหยุดหายใจ, งานซาวด์ดีไซน์ระดับมาสเตอร์พีซ, และการรวมตัวของทีมนักแสดงรุ่นใหม่ระดับแถวหน้าของวงการ ภาพยนตร์พาผู้ชมดำดิ่งสู่โลกอนาคตอันล่มสลายของเกาหลีใต้ เพื่อติดตามกลุ่มเพื่อนสนิทที่วางแผนปล้นครั้งใหญ่หวังเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่กลับตกเป็นเหยื่อในเกมล่าสังหารของมัจจุราชไร้เงา
เรื่องย่อ: แผนปล้นชิงอิสรภาพสู่การตกเป็นเหยื่อของเพชฌฆาตหน้าตาย
เรื่องราวเกิดขึ้นในเกาหลีใต้ยุคดิสโทเปียที่เศรษฐกิจพังทลาย ค่าเงินวอนไร้ค่า สังคมเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความยากจน “จุนซอก” (Jun-seok) เพิ่งพ้นโทษจำคุกออกมาและพบว่าเงินเก็บทั้งหมดกลายเป็นเศษกระดาษ เขาจึงชักชวนเพื่อนสนิทอย่าง “จังโฮ” (Jang-ho) และ “กีฮุน” (Ki-hoon) พร้อมด้วย “ซังซู” (Sang-soo) พนักงานบ่อนพนันผิดกฎหมาย ร่วมกันวางแผนปล้นเงินดอลลาร์สหรัฐและฮาร์ดไดรฟ์เก็บข้อมูลจากบ่อนใต้ดิน เพื่อนำเงินไปซื้อบ้านริมทะเลในไต้หวันและเริ่มต้นชีวิตใหม่
แผนการปล้นสำเร็จลุล่วงด้วยดีและได้เงินก้อนโตมาครอบครอง ทว่าพวกเขากลับไม่รู้ตัวว่าได้เหยียบย่ำดินแดนขององค์กรอาชญากรรมทรงอิทธิพล เจ้าของบ่อนจึงว่าจ้าง “ฮัน” (Han) อดีตนายตำรวจและมือสังหารรับจ้างเลือดเย็นผู้ไร้ความปรานี ให้ออกตามล่าสังหารทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ฮันไม่ได้รีบร้อนฆ่า แต่เลือกที่จะเล่นเกมล่าเหยื่อแบบแมวไล่ต้อนหนู สี่หนุ่มจึงต้องหนีตายข้ามเมืองท่ามกลางความมืดมิด เสียงกระสุน และความหวาดผวาที่คืบคลานเข้าใกล้ทุกวินาที
จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม
Time to Hunt (2020) โดดเด่นด้วย การสร้างบรรยากาศความตึงเครียดผ่านงานภาพโทนสีแดง-น้ำเงินสไตล์นีโอนัวร์และงานออกแบบเสียงที่บีบคั้นหัวใจ (Immersive Neon-Noir Aesthetics & Piercing Sound Design) เสียงฝีเท้า เสียงปืนลูกซอง และความเงียบงันในฉากไล่ล่าภายในอาคารร้าง ลานจอดรถ และโรงพยาบาล ถูกออกแบบมาเพื่อตรึงคนดูให้อยู่ในภวังค์ความกลัว ผสานกับการแสดงอันยอดเยี่ยมของทัพนักแสดงแถวหน้า นำโดย อีเจฮุน (Lee Je-hoon), อันแจฮง (Ahn Jae-hong), ชเวอูชิก (Choi Woo-shik), พัคจองมิน (Park Jeong-min) และ พัคแฮซู (Park Hae-soo) ในบทเพชฌฆาต “ฮัน” ที่แผ่รังสีความน่าสะพรึงกลัวได้อย่างไร้ที่ติ
ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การสะท้อนความสิ้นหวังของคนรุ่นใหม่ในสังคมที่ไร้อนาคต (A Gritty Metaphor for Youth Alienation and Hopelessness) หนังไม่ได้เป็นเพียงแค่หนังไล่ล่าเอาชีวิตรอด แต่เป็นภาพสะท้อนของกลุ่มวัยรุ่นชายขอบที่พยายามดิ้นรนหลุดพ้นจากหลุมดำแห่งความยากจน ทว่าระบบและอำนาจมืดกลับตามหลอกหลอนและปิดตายหนทางรอดของพวกเขา
ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม
- การรวมตัวของ 5 นักแสดงดาวรุ่งแถวหน้าแห่งยุค: การประชันบทบาทของ อีเจฮุน, ชเวอูชิก, อันแจฮง, พัคจองมิน และ พัคแฮซู
- การแสดงอันเย็นยะเยือกของ Park Hae-soo: บทบาทนักล่าเงียบขรึมสุดอำมหิตที่สร้างความหวาดกลัวและกดดันได้ทุกฉากที่ปรากฏตัว
- ฉากไล่ล่าและดวลปืนสไตล์สมจริง: งานสตันท์และการปะทะด้วยอาวุธปืนที่ดุดัน เสียงดังสนั่น และเน้นความระทึกใจแบบวินาทีต่อวินาที
- ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว Dystopian, Crime Thriller, Survival, Action และ Korean Cinema: ภาพยนตร์เกาหลีที่ยกระดับมาตรฐานงานสร้าง งานภาพ และงานเสียงเทียบชั้นระดับสากล