เนื้อเรื่องย่อ

The Last Boy Scout (1991) อึดทะลุเพดานบ้า – บัดดี้แอ็กชันพันธุ์ดิบยุค 90s ควันบุหรี่ ปากสุนัข และการเปิดโปงมาเฟียการพนันชนคน

ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามยุคทองของภาพยนตร์แอ็กชันบัดดี้คอปยุค 90s (90s Buddy Action & Neo-Noir) งานเขียนบทระดับตำนานค่าตัวสถิติโลกของ เชน แบล็ก (Shane Black จาก Lethal Weapon, The Nice Guys) และผลงานกำกับภาพสไตล์จัดจ้านของ โทนี สก็อตต์ (Tony Scott จาก Top Gun, True Romance) The Last Boy Scout (1991) อึดทะลุเพดานบ้า นำแสดงโดย บรูซ วิลลิส (Bruce Willis) ประกบคู่ เดมอน เวย์นส์ (Damon Wayans ร่วมด้วย เชลซี ฟิลด์ และ แฮลลี เบอร์รี) คือภาพยนตร์แอ็กชันเรต R ระดับไอคอนิกที่รวมเอาความดิบเถื่อน มุกตลกร้ายสายประชดประชัน และกลิ่นอายฟิล์มนัวร์ยุคใหม่เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

เรื่องย่อ: นักสืบถังแตกกับอดีตควอเตอร์แบ็กตกอับ สู่แผนสังหารกลางสนามอเมริกันฟุตบอล

เรื่องราวติดตาม “โจ ฮอลเลนเบ็ค” (รับบทโดย บรูซ วิลลิส) อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดี (Secret Service) ระดับมือพระกาฬ ผู้เคยสร้างวีรกรรมเอาตัวรับกระสุนแทนผู้นำประเทศ ทว่ากลับต้องหมดอนาคตเพราะไปลงไม้ลงมือกับนักการเมืองสารเลว ปัจจุบันเขากลายเป็นนักสืบเอกชนขี้เมา ถังแตก ครอบครัวพังทลาย ภรรยานอกใจ และลูกสาววัยรุ่นต่อต้าน

โจรับงานคุ้มกัน “โครี่” (รับบทโดย แฮลลี เบอร์รี) นักเต้นระบำเปลื้องผ้าในคลับหรู ซึ่งเป็นแฟนสาวของ “จิมมี ดิ๊กซ์” (รับบทโดย เดมอน เวย์นส์) อดีตควอเตอร์แบ็กดาวรุ่งแห่งวงการ NFL ที่ถูกแบนตลอดชีวิตเพราะพัวพันกับยาเสพติดและการพนัน ทว่าในค่ำคืนนั้น โครี่กลับถูกกลุ่มมือปืนดักสังหารอย่างโหดเหี้ยมกลางสายฝน

การตายของโครี่ทำให้โจและจิมมีต้องมาร่วมมือกันอย่างไม่เต็มใจ ทั้งสองเริ่มแกะรอยเบาะแสจนค้นพบว่า โครี่กุมหลักฐานการติดสินบนครั้งมโหฬารที่เชื่อมโยงไปถึง “เชลดอน มาร์โคน” เจ้าของทีมฟุตบอลผู้ทรงอิทธิพล และนักการเมืองระดับสูง เพื่อผลักดันกฎหมายเปิดเสรีการพนันกีฬา ทั้งคู่จึงตกเป็นเป้าหมายสังหารของแก๊งมาเฟียติดอาวุธหนัก และต้องงัดสารพัดลูกบ้ามาใช้เพื่อลากคอคนบงการก่อนเกมการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศจะกลายเป็นสุสาน

จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม

The Last Boy Scout (1991) โดดเด่นด้วย บทสนทนากวนประสาทคมกริบและอารมณ์ขันสายดาร์ก (Shane Black’s Signature Razor-Sharp Dialogue) เอกลักษณ์ของบทหนังเรื่องนี้คือการสาดคำสบถ การต่อปากต่อคำแบบไร้ความปรานี และการประชดชีวิตของตัวละครที่สิ้นหวัง ฉากเปิดตัวโจที่ตื่นมาในรถ หรือประโยคคลาสสิกอย่างการขอบุหรี่ก่อนซัดหน้าคนร้าย กลายเป็นลายเซ็นสำคัญที่ทำให้หนังแอ็กชันเรื่องนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมาก

ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ สไตล์การกำกับภาพและโทนดิบดุดันของ Tony Scott โทนี สก็อตต์ ใช้แสงเงาคอนทราสต์จัด โทนสีควันบุหรี่ แสงไฟนีออนยามค่ำคืน และมุมกล้องเทเลโฟโตที่บีบให้เห็นความอึดอัดของเมืองลอสแอนเจลิส ผสานกับเคมีความเข้าขาของ Bruce Willis และ Damon Wayans ที่ถ่ายทอดภาพสองชายผู้ล้มเหลวในชีวิต แต่ยังมีเส้นแบ่งศีลธรรมบางๆ ที่ไม่ยอมให้ความอยุติธรรมลอยนวล

ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม

  • Bruce Willis ในฟอร์มพีคยุค 90s: ภาพลักษณ์ชายช้ำรัก ขี้เมา ปากเสีย แต่อึดตายยากที่เป็นต้นแบบของแอ็กชันฮีโร่สาย Anti-Hero
  • ฉากเปิดเรื่องกลางสนามฟุตบอลสุดช็อก: ฉากนักกีฬาชักปืนยิงคู่แข่งกลางสายฝนเพื่อทำทัชดาวน์ หนึ่งในฉากเปิดที่บ้าคลั่งและน่าจดจำที่สุด
  • เคมีคู่หูที่กัดกันตลอดเวลา: การรับส่งมุกระหว่าง บรูซ วิลลิส และ เดมอน เวย์นส์ ที่เต็มไปด้วยลูกล่อลูกชน
  • คิวบู๊เรต R เจ็บจริงไม่อิงซีจี: ฉากต่อยจมูกทะลุสมอง ฉากปะทะใบพัดเฮลิคอปเตอร์ และการดวลปืนบนหลังคาสนามกีฬา
  • ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว 90s Action, Buddy Cop, Neo-Noir Thriller และ Hard-Boiled Cinema: หนังแอ็กชันสไตล์จัดที่ไม่ประนีประนอมต่อความรุนแรง ดูสนุก สะใจ และสะท้อนกลิ่นอายภาพยนตร์ยุค 90s ได้อย่างเข้มข้น

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ

ประเภทหนัง