Star Wars: Episode IX – The Rise of Skywalker (2019) สตาร์ วอร์ส: กำเนิดใหม่สกายวอล์คเกอร์ – มหากาพย์บทสรุป 9 ภาคแห่งสงครามอวกาศ ศึกตัดสินด้านสว่างปะทะด้านมืด และการคืนสู่สมดุลแห่งพลัง
ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามงานภาพยนตร์แนวไซไฟ-สเปซโอเปราระดับมหากาพย์ (Epic Space-Opera & Sci-Fi Blockbuster Masterpiece) มาอย่างต่อเนื่อง Star Wars: Episode IX – The Rise of Skywalker (2019) สตาร์ วอร์ส: กำเนิดใหม่สกายวอล์คเกอร์ ผลงานการกำกับของ เจ.เจ. เอบรามส์ (J.J. Abrams) คือบทสรุปส่งท้ายไตรภาคสุดท้ายและปิดฉากตำนาน “Skywalker Saga” ทั้ง 9 ภาคที่ยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ ภาพยนตร์เปี่ยมด้วยความยิ่งใหญ่อลังการของสงครามยานรบข้ามดวงดาว, ฉากดวลดาบไลท์เซเบอร์สุดเข้มข้น, งานวิชวลเอฟเฟกต์ระดับออสการ์, และการคลี่คลายปริศนาชาติกำเนิดของ “เรย์” (Rey) เพื่อนำความสงบสุขกลับคืนสู่กาแล็กซี
เรื่องย่อ: เสียงกระซิบจากความมืดสู่ศึกชี้ชะตากาแล็กซีบนดาวเอ็กเซกอล
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อสัญญาณเสียงลึกลับของ “จักรพรรดิพัลพาทีน” (Emperor Palpatine) อดีตผู้นำซิธลอร์ดผู้ชั่วร้ายที่คิดว่าตายไปแล้ว ได้ดังก้องไปทั่วทั้งกาแล็กซี “ไคโล เรน” (Kylo Ren) ผู้นำสูงสุดคนใหม่แห่งปฐมภาคี (First Order) ได้เดินทางตามหาต้นตอจนพบกับพัลพาทีนที่ซ่อนตัวอยู่บนดาวเคราะห์โบราณ “เอ็กเซกอล” (Exegol) พร้อมกับกองทัพยานพิฆาตดารา “Final Order” ที่พร้อมทำลายล้างทุกดวงดาว
ขณะเดียวกัน “เรย์” กำลังฝึกฝนวิถีเจไดอย่างเข้มข้นภายใต้การชี้แนะของ “นายพลเลอา ออร์กานา” (General Leia Organa) เมื่อฝ่ายต่อต้านล่วงรู้ถึงแผนการทำลายล้าง เรย์, ฟินน์ (Finn), โพ ดาเมรอน (Poe Dameron), ชิวแบคกา และ C-3PO จึงออกเดินทางข้ามดวงดาวเพื่อตามหา “เวย์ไฟน์เดอร์” (Wayfinder) อุปกรณ์นำทางลับสู่เอ็กเซกอล การเดินทางครั้งนี้นำพาเรย์ไปสู่การเผชิญหน้ากับความจริงอันน่าสะพรึงกลัวเกี่ยวกับสายเลือดที่แท้จริงของตนเอง และการเชื่อมโยงทางพลัง (Force Dyad) กับไคโล เรน นำไปสู่การต่อสู้ครั้งสุดท้ายเพื่อตัดสินชะตากรรมของพลังและจิตวิญญาณแห่งเจได
จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม
Star Wars: The Rise of Skywalker (2019) โดดเด่นด้วย การสร้างสรรค์ฉากแอ็กชันอวกาศและการดวลดาบแสงที่ทรงพลังและเปี่ยมด้วยอารมณ์ (Spectacular Lightsaber Duels & Galactic Space Battles) ฉากการดวลดาบไลท์เซเบอร์ท่ามกลางคลื่นยักษ์บนซากยานมรณะเดธสตาร์ที่สอง (Death Star II) ได้รับการออกแบบอย่างประณีตและดุดัน ผสานกับงานเสียงและดนตรีประกอบอันเป็นอมตะของ จอห์น วิลเลียมส์ (John Williams) ร่วมด้วยการแสดงอันยอดเยี่ยมของ เดซี ริดลีย์ (Daisy Ridley) และ อดัม ไดรเวอร์ (Adam Driver) ที่ถ่ายทอดความขัดแย้งภายในจิตใจได้อย่างลึกซึ้ง พร้อมการหวนคืนจอของ แคร์รี ฟิชเชอร์ (Carrie Fisher), มาร์ก แฮมิลล์ (Mark Hamill) และ เอียน แม็กเดียร์มิด (Ian McDiarmid)
ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การตอกย้ำคุณค่าของการเลือกทางเดินชีวิตด้วยตนเองมากกว่าการถูกกำหนดโดยสายเลือด (A Definitive Message on Choice, Redemption, and Legacy) หนังสะท้อนให้เห็นว่ามนุษย์ทุกคนมีอิสระในการนิยามตัวตนและครอบครัว ไม่ว่าชาติกำเนิดจะมาจากด้านมืดเพียงใด ความดีงามและการเสียสละก็สามารถนำพาทุกดวงวิญญาณกลับสู่แสงสว่างได้เสมอ
ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม
- บทสรุปมหากาพย์ Skywalker Saga: การปิดฉากเรื่องราวสงครามระหว่างเจไดและซิธที่ดำเนินมาอย่างยาวนานถึง 9 ภาค
- การเชื่อมโยงทางพลังระหว่าง Rey และ Kylo Ren: เคมีและการปะทะทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งผ่านสายสัมพันธ์ Force Dyad
- ฉากสงครามกองทัพยานฝ่ายต่อต้านรวมพลัง: ภาพความร่วมมือของยานรบพลเรือนทั่วทั้งกาแล็กซีที่ยิ่งใหญ่และน่าประทับใจ
- ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว Sci-Fi, Action, Adventure, Space Opera และ Star Wars: ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับตำนานที่มอบความตื่นเต้น งานภาพสุดอลังการ และความผูกพันของตัวละครที่ตราตรึงใจ