Solo: A Star Wars Story (2018) – ฮาน โซโล: ตำนานสตาร์ วอร์ส จุดเริ่มต้นสลักชื่อกัปตันยานมิลเลนเนียม ฟอลคอน มิตรภาพชิวแบคคา การแข่งขันเคสเซลรัน 12 พาร์เซก
ในฐานะภาพยนตร์ภาคแยกขนาดยาวลำดับที่สองของชุด Star Wars Anthology ต่อจาก Rogue One จาก Lucasfilm และ Walt Disney Studios Solo: A Star Wars Story (2018) หรือชื่อไทย ฮาน โซโล: ตำนานสตาร์ วอร์ส ผลงานการกำกับโดยผู้กำกับรางวัลออสการ์ รอน ฮาวเวิร์ด (Ron Howard จาก A Beautiful Mind และ Apollo 13) เขียนบทโดยมือเก๋าคู่บุญแฟรนไชส์ ลอว์เรนซ์ แคสแดน (Lawrence Kasdan จาก The Empire Strikes Back) ร่วมกับ โจนาธาน แคสแดน คือภาพยนตร์แนวอวกาศเวสเทิร์น-ปล้นระห่ำ (Space Western Heist Feature) ที่พาแฟนหนังย้อนเวลากลับไปสำรวจต้นกำเนิดของคาวบอยอวกาศที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ป๊อปคัลเจอร์ เผยที่มาของปืนบลาสเตอร์คู่ใจ ยานมิลเลนเนียม ฟอลคอน และจุดเริ่มต้นสายสัมพันธ์ไร้คำพูดกับเพื่อนรักวูคกี้นาม ชิวแบคคา นำแสดงโดย อัลเดน เอห์เรนไรค์ (Alden Ehrenreich), วูดดี ฮาร์เรลสัน (Woody Harrelson), เอมิเลีย คลาร์ก (Emilia Clarke), โดนัลด์ โกลเวอร์ (Donald Glover), พอล เบ็ตตานีย์ (Paul Bettany) และ โยนัส ซูโอตาโม (Joonas Suotamo)
เรื่องย่อ: เด็กจรจัดดาวต่อเรือ ภารกิจโจรกรรมโคแอกเซียม สู่ตำนานนักบินไวแสง
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นบนดาวคอเรลเลีย (Corellia) ศูนย์กลางอุตสาหกรรมต่อเรือยานอวกาศอันเสื่อมโทรม เด็กหนุ่มข้างถนนนามว่า ฮาน (รับบทโดย อัลเดน เอห์เรนไรค์) และ คีรา (รับบทโดย เอมิเลีย คลาร์ก) คนรักสาว พยายามหลบหนีออกจากแก๊งอาชญากรเจ้าถิ่น ทว่าระหว่างฝ่าด่านตรวจ คีราถูกจับกุมตัวไว้ได้ ฮานจึงจำใจต้องสมัครเข้าเป็นทหารของกองทัพจักรวรรดิกาแลกติกเพื่อหาทางเอาชีวิตรอด โดยเจ้าหน้าที่รับสมัครได้ตั้งนามสกุลให้เขาว่า “โซโล” (Solo) ตามสภาพที่เขาอยู่เพียงลำพัง
หลายปีต่อมา ฮานถูกส่งไปรบในแนวรบโคลนตมบนดาวมิโมบัน เขาถูกจับโยนลงหลุมขังให้เป็นอาหารของ “สัตว์ร้าย” ทว่าสัตว์ร้ายตนนั้นกลับเป็น ชิวแบคคา (รับบทโดย โยนัส ซูโอตาโม) วูคกี้ผู้ถูกกักขัง ทั้งสองใช้ไหวพริบร่วมมือกันหลบหนีออกมาได้ และจับพลัดจับผลูเข้าร่วมแก๊งโจรรับจ้างที่นำโดย โทเบียส เบ็คเก็ตต์ (รับบทโดย วูดดี ฮาร์เรลสัน) จอมโจรเก๋าเกมผู้สั่งสอนฮานว่า “อย่าไว้ใจใครเด็ดขาด”
เพื่อชดใช้หนี้ก้อนโตให้แก่องค์กรอาชญากรรม คริมสัน ดอว์น (Crimson Dawn) ภายใต้การนำของ วอส (รับบทโดย พอล เบ็ตตานีย์) ฮานและเบ็คเก็ตต์ต้องรับภารกิจเสี่ยงตายในการไปขโมย “โคแอกเซียม” (Coaxium) แร่เชื้อเพลิงไฮเปอร์ไดรฟ์มูลค่ามหาศาลจากเหมืองดาวเคสเซล การเดินทางครั้งนี้ทำให้ฮานได้กลับมาพบกับคีราอีกครั้งในฐานะมือขวาของวอส พร้อมทั้งได้ผูกมิตร (และชิงไหวชิงพริบ) กับ แลนโด คาลริสเซียน (รับบทโดย โดนัลด์ โกลเวอร์) นักพนันเจ้าเสน่ห์ผู้เป็นเจ้าของยานขนส่งสุดปราดเปรียว “มิลเลนเนียม ฟอลคอน” นำไปสู่การบินลัดเลาะผ่านเส้นทางเคสเซลรัน (Kessel Run) ในระยะทางอันเป็นตำนานไม่ถึง 12 พาร์เซก
สุนทรียะแห่งคาวบอยอวกาศ คราบฝุ่นดินปืน และความคลาสสิกของแฟรนไชส์
Solo: A Star Wars Story (2018) โดดเด่นด้วยโทนภาพยนตร์ที่มีความเป็นภาพยนตร์แก็งสเตอร์-เวสเทิร์นยุค 70s งานกำกับภาพของ แบรดฟอร์ด ยัง เลือกใช้แสงธรรมชาติสลัว คอนทราสต์ต่ำ เน้นโทนสีน้ำตาล ดิน และควัน ทำให้บรรยากาศกาแล็กซีในภาคนี้มีความสมจริง ดิบกร้าน และเต็มไปด้วยซอกหลืบของโลกใต้ดินที่ห่างไกลจากความขัดแย้งของอัศวินเจได
ความยอดเยี่ยมสูงสุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การรับไม้ต่อของ อัลเดน เอห์เรนไรค์ ที่สามารถถ่ายทอดความยโส โอหัง แต่แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนและหัวใจทองคำของฮาน โซโลในวัยหนุ่มได้อย่างน่าประทับใจโดยไม่ต้องลอกเลียนแบบ แฮร์ริสัน ฟอร์ด แบบทุกกระเบียดนิ้ว ขณะที่ โดนัลด์ โกลเวอร์ ขโมยซีนทุกฉากด้วยความลื่นไหลในบทแลนโด ดนตรีประกอบโดย จอห์น พาวเวลล์ ร่วมกับธีมคลาสสิกของ จอห์น วิลเลียมส์ ช่วยโอบอุ้มฉากขับยานหลบหลีกสัตว์ประหลาดในวังวนอวกาศได้อย่างเร้าใจและเปี่ยมกลิ่นอายสตาร์ วอร์ส อย่างแท้จริง
ทำไมถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?
- เปิดเผยตำนานที่แฟนสตาร์ วอร์ส สงสัยมานานหลายทศวรรษ: ชมที่มาของการบินเคสเซลรัน 12 พาร์เซก, ที่มาของชื่อ Solo และจุดเริ่มต้นลูกเต๋านำโชค
- เคมีมิตรภาพเริ่มต้นของ ฮาน โซโล และ ชิวแบคคา: มิตรภาพต่างสายพันธุ์ที่ยืนยาวที่สุดในกาแล็กซีเริ่มต้นขึ้นในหลุมโคลนแห่งนี้
- การแสดงสุดแพรวพราวของ โดนัลด์ โกลเวอร์ ในบท แลนโด: การแคสติ้งที่ไร้ที่ติ ถ่ายทอดความเท่ สำรวย และมีเสน่ห์แบบคลาสสิกได้อย่างไร้รอยต่อ
- ฉากแอ็กชันปล้นรถไฟและหลบหนีสัตว์ยักษ์ในอวกาศ: การดีไซน์ฉากปล้นไฮสปีด (Train Heist) บนรางรถไฟภูเขาหิมะที่ลุ้นระทึกไม่แพ้หนังแอ็กชันโจรกรรมชั้นนำ
- ผลงานขึ้นหิ้งสำหรับคอหนัง Sci-Fi, Space Opera, Heist, Action-Adventure, Star Wars Universe: หนังเดี่ยวไซไฟผจญภัยที่ดูสนุก ย่อยง่าย และขยายขอบเขตมุมมืดของจักรวาลสตาร์ วอร์ส ได้อย่างมีมิติ