เนื้อเรื่องย่อ

Smile (2022) – ยิ้มสยอง รอยยิ้มฉีกกว้าง คำสาปส่งต่อความตาย และภาพหลอนจากบาดแผลทางใจ สู่ภาพยนตร์สยองขวัญ-จิตวิทยาทำเงินถล่มทลายของ พาร์กเกอร์ ฟินน์ และ โซซี เบคอน

ในฐานะภาพยนตร์แนวสยองขวัญ-จิตวิทยาเหนือธรรมชาติสุดหลอนแห่งทศวรรษ (Supernatural Psychological Horror Feature) จากค่าย Paramount Pictures Smile (2022) หรือในชื่อไทย ยิ้มสยอง ผลงานการเขียนบทและกำกับภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของ พาร์กเกอร์ ฟินน์ (Parker Finn) ซึ่งต่อยอดมาจากภาพยนตร์สั้นของเขาเรื่อง Laura Hasn’t Slept (2020) คือหนึ่งในปรากฏการณ์ภาพยนตร์สยองขวัญที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก หนังหยิบเอา “รอยยิ้ม” ซึ่งตามปกติเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและความสุข มาบิดเบือนให้กลายเป็นสิ่งอัปลักษณ์ วิปริต และน่าสะพรึงกลัว โดยใช้เป็นภาพแทนของ “บาดแผลทางใจ” (Trauma) และปัญหาสุขภาพจิตที่ส่งต่อและกัดกินมนุษย์จากภายใน นำแสดงโดย โซซี เบคอน (Sosie Bacon ลูกสาวของเควิน เบคอน), ไคล์ กัลล์เนอร์ (Kyle Gallner), เจสซี ที. อัชเชอร์ (Jessie T. Usher) และ คาล เพนน์ (Kal Penn)

เรื่องย่อ: ผู้ป่วยเชือดคอต่อหน้า รอยยิ้มมรณะ สู่การนับถอยหลังหนีความตาย 7 วัน

เรื่องราวติดตาม ดร. โรส คอตเตอร์ (รับบทโดย โซซี เบคอน) จิตแพทย์หญิงผู้อุทิศตนทำงานอย่างหนักในแผนกจิตเวชฉุกเฉิน เธอแบกรับความเครียดจากการทำงานและยังคงมีบาดแผลฝังลึกในวัยเด็กจากการเห็นแม่แท้ๆ ปลิดชีพตัวเอง วันหนึ่ง โรสได้พบกับคนไข้สาวชื่อ ลอรา วีเวอร์ นักศึกษาปริญญาเอกที่ถูกส่งตัวเข้ามาอย่างเร่งด่วน ลอรามีอาการหวาดผวาอย่างรุนแรงและอ้างว่าเธอกำลังถูก “สิ่งลี้ลับที่ไม่มีใครมองเห็น” ตามหลอกหลอน สิ่งนั้นสามารถแปลงร่างเป็นคนรู้จักและส่ง “รอยยิ้มแสยะกว้างที่ผิดธรรมชาติ” ให้เธอ

ทันใดนั้น ลอราเกิดอาการชักเกร็ง ล้มลงไป และลุกขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มฉีกกว้างสุดสยอง ก่อนจะหยิบเศษแจกันแตกขึ้นมาปาดคอตัวเองอย่างโหดเหี้ยมต่อหน้าต่อตาโรส เหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้าย เมื่อโรสเริ่มมองเห็นคนรอบข้างส่งยิ้มวิปริตแบบเดียวกัน รวมถึงภาพหลอนสุดสะพรึงที่คอยตามรังควานจนชีวิตส่วนตัวและความสัมพันธ์กับคู่หมั้นเริ่มพังทลาย

เมื่อไม่มีใครเชื่อว่าสิ่งที่เธอเจอคือเรื่องจริง โรสจึงหันไปขอความช่วยเหลือจาก โจเอล (รับบทโดย ไคล์ กัลล์เนอร์) อดีตคนรักเก่าที่เป็นตำรวจสายสืบ ทั้งสองร่วมมือกันขุดคุ้ยคดีในอดีตจนพบรูปแบบอันน่าสะพรึงว่า เหยื่อทุกคนที่เห็นคนตายยิ้มให้จะต้องเสียชีวิตด้วยการทำร้ายตัวเองอย่างสยดสยองต่อหน้าพยานภายในเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ เพื่อส่งต่อ “คำสาปปรสิต” ไปยังผู้เห็นเหตุการณ์ โรสจึงต้องหาทางทำลายวงจรปีศาจร้ายนี้ ก่อนที่เวลาของเธอจะหมดลง

สุนทรียะแห่งความไม่น่าไว้วางใจ มุมกล้องกลับหัว และเสียงสังเคราะห์บาดประสาท

Smile (2022) โดดเด่นด้วยงานกำกับภาพของ ชาร์ลี ซาร์ฟฟัต ที่จงใจเล่นกับความไม่มั่นคงทางอารมณ์ของผู้ชม หนังใช้การเคลื่อนกล้องแบบหมุนกลับหัว 180 องศา (Upside-Down Tracking Shots) เพื่อสื่อถึงโลกของตัวละครที่กำลังคว่ำทลาย การจัดวางองค์ประกอบภาพมักเว้นพื้นที่ว่างด้านหลังตัวละครไว้เพื่อสร้างความระแวงว่าจะมีอะไรโผล่ออกมา

ความยอดเยี่ยมสูงสุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การแสดงแบบเทหมดหน้าตักของ โซซี เบคอน ที่ถ่ายทอดสภาวะคนค่อยๆ เสียสติจากความหวาดกลัวและการอดนอนได้อย่างทรงพลังและน่าเวทนา การออกแบบฉากตกใจ (Jump Scare) มีจังหวะที่แม่นยำ คาดเดาได้ยาก และไม่ได้พึ่งพาแค่ความดังของเสียงเพียงอย่างเดียว ดนตรีประกอบโดย คริสโตบัล ทาเปีย เด เวียร์ (Cristobal Tapia de Veer ผู้ทำเพลงประกอบซีรีส์ The White Lotus) ใช้เสียงเครื่องดนตรีสังเคราะห์ที่เพี้ยน บิดเบี้ยว และเสียงหัวเราะกระซิบที่สร้างความปั่นป่วนในประสาทสัมผัสได้อย่างยอดเยี่ยม

ทำไมถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?

  • การแสดงระดับมาสเตอร์พีซของ โซซี เบคอน: สวมบทบาทจิตแพทย์ผู้ถูกหลอกหลอนได้อย่างบ้าคลั่ง สิ้นหวัง และสมจริงจนบีบหัวใจ
  • การเปลี่ยน ‘รอยยิ้ม’ ให้กลายเป็นฝันร้าย: ไอเดียการดีไซน์รอยยิ้มแสยะตาเบิกกว้างที่กลายเป็นภาพจำสยองขวัญยุคใหม่
  • จังหวะ Jump Scare ที่สดใหม่และเฉียบขาด: การหลอกคนดูด้วยจังหวะซ้อนจังหวะที่ทำให้ต้องสะดุ้งสุดตัวคาเก้าอี้
  • การสะท้อนประเด็น Trauma และสุขภาพจิตอย่างลึกซึ้ง: เปรียบเทียบปีศาจคำสาปเข้ากับบาดแผลทางใจที่หากไม่เผชิญหน้าก็ไม่อาจหลุดพ้น
  • ผลงานขึ้นหิ้งสำหรับคอหนัง Horror, Psychological Thriller, Mystery, Supernatural: หนึ่งในภาพยนตร์สยองขวัญที่ประสบความสำเร็จสูงสุดทั้งด้านรายได้และคำวิจารณ์

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ

ประเภทหนัง