Shin Ultraman (2022) ชิน·อุลตร้าแมน – มนุษย์ยักษ์แห่งแสงกับการรื้อสร้างตำนานโทคุซัทสึ การเมืองระหว่างดวงดาว และลายเซ็นไซไฟปรัชญาของ ฮิเดอากิ อันโนะ กับ ชินจิ ฮิกุจิ
ในฐานะภาพยนตร์โทคุซัทสึ-ไซไฟระดับมาสเตอร์พีซ (Tokusatsu Sci-Fi Drama) หนึ่งในโปรเจกต์จักรวาล “ชิน เจแปน ฮีโรส์ ยูนิเวิร์ส” (Shin Japan Heroes Universe) หลังความสำเร็จของ Shin Godzilla ผลงานการเขียนบท วางโครงสร้าง และตัดต่อโดย ฮิเดอากิ อันโนะ (Hideaki Anno ผู้ให้กำเนิด Neon Genesis Evangelion) กำกับโดย ชินจิ ฮิกุจิ (Shinji Higuchi) Shin Ultraman (2022) นำแสดงโดย ทาคุมิ ไซโตะ (Takumi Saitoh), มาซามิ นางาซาวะ (Masami Nagasawa), ฮิเดโตชิ นิชิจิมะ (Hidetoshi Nishijima จาก Drive My Car) และ โคจิ ยามาโมโตะ (Koji Yamamoto) คือการนำผลงานคลาสสิกปี 1966 ของ เออิจิ สึบุรายะ มารื้อสร้างใหม่ในรูปแบบที่จริงจัง สมจริง ลึกซึ้งด้วยมิติการเมืองระหว่างประเทศ และตั้งคำถามเชิงปรัชญาต่อการมีอยู่ของมนุษยชาติ
เรื่องย่อ: สิ่งมีชีวิตระบุประเภทไม่ได้ มนุษย์ยักษ์สีเงิน และเกมการทูตหลอกลวงของเอเลี่ยน
เรื่องราวเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน เมื่อสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ปริศนาที่เรียกว่า “ไคจู” หรือ “สิ่งมีชีวิตระบุประเภทไม่ได้” (S-Class Species) ทยอยปรากฏตัวขึ้นสร้างความเสียหาย รัฐบาลญี่ปุ่นจึงจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามไคจู หรือ “หน่วยเอสเอสเอสพี” (SSSP – S-Class Species Suppression Protocol) นำโดย คิมิโอะ ทามูระ (รับบทโดย ฮิเดโตชิ นิชิจิมะ) พร้อมด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ ชินจิ คามินากะ (รับบทโดย ทาคุมิ ไซโตะ)
ระหว่างการเข้าปะทะกับสัตว์ประหลาดเนรอนก้า สิ่งมีชีวิตนอกพิภพขนาดยักษ์ร่างสีเงินผิวเรียบเนียนได้ร่อนลงมาจากอวกาศและเข้าทำลายไคจูเพื่อปกป้องโลก ทว่าในจังหวะนั้น คามินากะได้เสียชีวิตจากการเข้าช่วยเหลือเด็กชายคนหนึ่ง มนุษย์ต่างดาวตนนั้นประทับใจในจิตวิญญาณแห่งการเสียสละของมนุษย์ จึงตัดสินใจผสานร่างและจิตวิญญาณเข้ากับคามินากะเพื่อชุบชีวิตเขา ทำให้คามินากะกลายเป็นร่างสถิตของ “อุลตร้าแมน”
หลังการปรากฏตัวของมนุษย์ยักษ์ มนุษย์ต่างดาวเผ่าพันธุ์ทรงภูมิปัญญาอย่าง “ซารับ” (Alien Zarab) และ “เมฟิลาส” (Alien Mefilas) ได้เริ่มแทรกซึมเข้าสู่รัฐบาลโลก โดยใช้สนธิสัญญาการทูตและเทคโนโลยีล้ำยุคมาล่อลวง เพื่อแปรสภาพมนุษย์โลกให้กลายเป็นอาวุธชีวภาพชี้นำสงครามระดับจักรวาล คามินากะในร่างอุลตร้าแมนต้องร่วมมือกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง ฮิโรโกะ อาซามิ (รับบทโดย มาซามิ นางาซาวะ) เพื่อเปิดโปงเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองของเหล่าเอเลี่ยน ก่อนที่ “โซเฟีย” (Zōffy) ผู้คุมกฎแห่งดวงดาวแห่งแสงจะส่งอาวุธทำลายล้างดวงดาว “เซตตัน” (Zetton) มาล้างบางโลกมนุษย์ที่ถูกประเมินว่าเป็นภัยคุกคามต่อความสงบของจักรวาล
จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม
Shin Ultraman (2022) โดดเด่นด้วย สุนทรียศาสตร์การกำกับภาพและการรื้อสร้างดีไซน์ดั้งเดิมของ โทรุ นาริตะ (Original Narita Design & Anno’s Cinematography) ตัวละครอุลตร้าแมนในเวอร์ชันนี้ถูกออกแบบโดยตัด “คัลเลอร์ไทเมอร์” (Color Timer) ที่หน้าอกและช่องเจาะดวงตาออกทั้งหมด เพื่อคืนสู่คอนเซปต์ภาพวาดดั้งเดิมของ โทรุ นาริตะ ในปี 1966 ที่เน้นความลึกลับ สง่างาม และเป็นสิ่งมีชีวิตต่างดาวอย่างแท้จริง ผสานกับมุมกล้องมุมต่ำ การถ่ายทะลุกรอบสิ่งกีดขวาง และการตัดต่อรวดเร็วอันเป็นเอกลักษณ์ของฮิเดอากิ อันโนะ
ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การขับเคี่ยวกันด้วยเกมจิตวิทยาและการเมืองระหว่างดวงดาว (Extraterrestrial Geopolitics) หนังไม่ได้โฟกัสแค่การปล่อยแสงสู้กัน แต่เจาะลึกปฏิกิริยาของมนุษย์ยามเผชิญหน้ากับวิทยาการที่เหนือกว่า ฉากเจรจาในบาร์เหล้าระหว่างคามินากะกับเอเลี่ยนเมฟิลาสกลายเป็นฉากคลาสสิกที่เสียดสีพฤติกรรมมนุษย์ การทูตสองหน้า และกฎหมายระหว่างประเทศได้อย่างแหลมคม
ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม
- การเปิดตัวอาวุธกวาดล้างจักรวาล “เซตตัน” (Zetton): การตีความเซตตันใหม่ให้เป็นโครงสร้างจักรกลระดับวงโคจรดวงดาวขนาดยักษ์ที่ไร้ความปรานีและมีพลังทำลายล้างมหาศาล
- ฉากการแปลงร่างและดนตรีประกอบของ ชิโระ ซางิซุ (Shiro Sagisu): การนำท่วงทำนองดั้งเดิมของ คุนิโอะ มิยาอุจิ มารีมาสเตอร์ใหม่ ผสมผสานเพลงออร์เคสตราอันทรงพลัง
- ฉากสนทนาในบาร์ของ Alien Mefilas: การปะทะคารมที่ทั้งกวนประสาท ฉลาดแกมโกง และแฝงความเคารพในกฎหมายของ โคจิ ยามาโมโตะ
- เพลงประกอบภาพยนตร์ “M87” โดย เคนชิ โยเนซุ (Kenshi Yonezu): บทเพลงปิดเรื่องที่สะท้อนถึงความเหงา ความรัก และความหวังที่มนุษย์ต่างดาวมีต่อมนุษยชาติได้อย่างลึกซึ้ง
- ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว Tokusatsu Sci-Fi, Japanese Bureaucracy Satire, Hideaki Anno Auteur และ Alien Philosophy: ภาพยนตร์ที่ทั้งเคารพรากเหง้าดั้งเดิมและก้าวล้ำนำสมัย เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 55 ปีของอุลตร้าแมนได้อย่างสมศักดิ์ศรี