เนื้อเรื่องย่อ

Sex and the City (2008) เซ็กซ์ แอนด์ เดอะ ซิตี้ ภาค 1 – มหากาพย์แฟชั่นนิวยอร์กปะทะวิกฤตความรักและงานแต่งงานในฝัน

ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามงานภาพยนตร์แนวแฟชั่นโรแมนติกคอมเมดี้และเรื่องราวสตรีนิยมระดับไอคอนิก (Iconic Fashion & Romantic Comedy Masterpiece) มาอย่างต่อเนื่อง Sex and the City (2008) หรือในชื่อภาษาไทยว่า เซ็กซ์ แอนด์ เดอะ ซิตี้ ภาค 1 ผลงานการกำกับและเขียนบทโดยผู้กำกับมือฉมัง ไมเคิล แพทริก คิง (Michael Patrick King) และนำแสดงโดยสี่สาวดีว่าแห่งนิวยอร์ก ซาราห์ เจสสิกา ปาร์าร์กเกอร์ (Sarah Jessica Parker), คิม แคทรอลล์ (Kim Cattrall), คริสติน เดวิส (Kristin Davis) และ ซินทิยา นิกสัน (Cynthia Nixon) คือภาพยนตร์ชิ้นเอกแห่งปี 2008 ที่เปี่ยมด้วยแฟชั่นชั้นสูง มุกตลกเฉียบคม และพลังแห่งมิตรภาพลูกผู้หญิงที่พร้อมจะสะกดสายตาผู้ชม ภาพยนตร์เรื่องนี้สานต่อความสำเร็จจากซีรีส์ดังระดับตำนาน พาผู้ชมเดินทางไปสัมผัสชีวิตรัก การงาน และแฟชั่นอันเจิดจรัสของสี่สาวเพื่อนซี้ในมหานครนิวยอร์ก เมื่อความรักระยะยาวของแคร์รีและมิสเตอร์บิ๊กกำลังจะก้าวไปสู่การแต่งงานครั้งใหญ่ที่พลิกผันชีวิตของพวกเขาไปตลอดกาล

เรื่องย่อ: เมื่อการแต่งงานในฝันกลายเป็นฝันร้ายชั่วข้ามคืน

เรื่องราวอันชวนตื่นตาตื่นใจและเต็มไปด้วยความตึงเครียดเริ่มต้นขึ้นเมื่อ แคร์รี แบรดชอว์ (รับบทโดย Sarah Jessica Parker) นักเขียนสาวแฟชั่นไอคอน ได้ตัดสินใจใช้ชีวิตคู่อย่างจริงจังกับ จอห์น เจมส์ เพรสตัน หรือ มิสเตอร์บิ๊ก (รับบทโดย Chris Noth) หลังจากคบหาดูใจกันมาอย่างยาวนาน ทั้งคู่ตกลงปลงใจจัดพิธีแต่งงานสุดอลังการท่ามกลางฉากหลังของห้องสมุดประชาชนนิวยอร์ก พร้อมด้วยชุดเจ้าสาวดีไซน์เนอร์สุดหรูจาก Vivienne Westwood ที่เตรียมพร้อมสะกดทุกสายตา

ทว่าความฝันอันงดงามกลับพังทลายลงในพริบตา เมื่อความกดดันจากความอลังการของงานแต่งงานและสื่อมวลชนทำให้มิสเตอร์บิ๊กเกิดอาการตื่นตระหนกและ หนีงานแต่ง ไปอย่างกะทันหัน สร้างความเจ็บปวดและแผลใจครั้งใหญ่ให้แก่แคร์รี ในขณะเดียวกัน เพื่อนสนิททั้งสามคนอย่าง ซาแมนธา (รับบทโดย Kim Cattrall) สาวเซ็กซี่ผู้ย้ายไปใช้ชีวิตที่ลอสแอนเจลิส, ชาร์ล็อต (รับบทโดย Kristin Davis) ผู้กำลังมีความสุขกับครอบครัว, และ มิแรนด้า (รับบทโดย Cynthia Nixon) ที่กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตเตียงหักกับสามี ต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาชีวิตและความรักของตัวเอง สี่สาวจึงต้องมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อเยียวยาหัวใจผ่านเสียงหัวเราะ แฟชั่น และมิตรภาพอันเหนียวแน่น นำไปสู่บทสรุปอันตระการตา ฉากการยอมรับความจริง และการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ทรงพลัง

Sex and the City (2008) เซ็กซ์ แอนด์ เดอะ ซิตี้ ภาค 1 โดดเด่นด้วย การสร้างบรรยากาศภาพยนตร์รอม-คอมแฟชั่นนิสต้าที่ผสมผสานความหรูหราของมหานครนิวยอร์กเข้ากับดราม่าความสัมพันธ์ของผู้หญิงยุคใหม่อย่างลงตัว (Immersive Fashion & Romantic-Comedy Drama Atmosphere) ผู้กำกับสามารถควบคุมจังหวะอารมณ์ งานภาพเสื้อผ้าหน้าผมระดับไฮแฟชั่น และเคมีอันกลมกลืนของทีมนักแสดงนำได้อย่างไร้ที่ติ ผสมผสานเรื่องราวดราม่าชีวิตเข้ากับความสนุกสนานได้อย่างกลมกลืน

ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การผสานพล็อตงานแต่งงานที่ล่มสลายเข้ากับการเฉลิมฉลองมิตรภาพอันลุ่มลึก (A Masterclass in Romantic-Comedy Cinema) หนังสะท้อนให้เห็นความแข็งแกร่งของผู้หญิงที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ซึ่งทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความสนุก ตื่นเต้น ซาบซึ้งใจ และทิ้งความประทับใจให้แก่คอหนังโรแมนติกได้อย่างเต็มอิ่ม

ทำไม Sex and the City (2008) เซ็กซ์ แอนด์ เดอะ ซิตี้ ภาค 1 ถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?

  • ไอเดียพล็อตเรื่องงานแต่งงานในฝันที่ล่มสลายและการเยียวยาหัวใจของสี่สาวเพื่อนซี้: การนำเสนอเรื่องราวความรักและแฟชั่นในมุมมองที่สดใหม่ ทรงพลัง และเข้าถึงหัวใจผู้หญิงทั่วโลก
  • การแสดงอันยอดเยี่ยม เคมีสุดปัง และแฟชั่นไอคอนระดับตำนานของ ซาราห์ เจสสิกา ปาร์กเกอร์ และทีมนักแสดงนำ: การถ่ายทอดคาแรกเตอร์ความเจ็บปวด ความหวัง และความเก๋ไก๋ได้อย่างสมจริงและกินใจ
  • บรรยากาศมหานครนิวยอร์กสุดหรูหรา, จังหวะดราม่าปนคอมเมดี้และฉากแฟชั่นโชว์ระดับบล็อกบัสเตอร์, และความสุขแบบน็อนสต็อป: การเดินเรื่องที่กระชับ เต็มไปด้วยสถานการณ์บีบคั้นหัวใจที่ออกแบบมาให้ผู้ชมต้องอินตามตลอดเวลา
  • ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนวโรแมนติก-คอมเมดี้-ดราม่าและภาพยนตร์แฟชั่นระดับพรีเมียม: ภาพยนตร์เด่นที่ให้ทั้งความสุข น้ำตาซึม แง่คิดชีวิต และความคุ้มค่าในการรับชมครบรสสำหรับทุกคน

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ

ประเภทหนัง