Satan’s Slaves 2: Communion (2022) – เดี๋ยวแม่มารับ 2 อพาร์ตเมนต์ขังผีกลางพายุคลั่ง สู่มหากาพย์ลัทธิบูชาซาตานระดับมาสเตอร์พีซแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในฐานะภาคต่อภาพยนตร์สยองขวัญระดับปรากฏการณ์ที่ยกระดับมาตรฐานวงการหนังสยองขวัญอินโดนีเซียสู่เวทีสากล (Iconic Southeast Asian Folk-Horror & Claustrophobic Thriller Masterpiece) Satan’s Slaves 2: Communion (2022) หรือในชื่อต้นฉบับ Pengabdi Setan 2: Communion และชื่อไทย เดี๋ยวแม่มารับ 2 ผลงานการกำกับและเขียนบทของ โจโก อันวาร์ (Joko Anwar จาก Impetigore และ Satan’s Slaves) คือภาพยนตร์ชิ้นเอกที่สร้างประวัติศาสตร์เป็นภาพยนตร์อินโดนีเซียเรื่องแรกที่เข้าฉายในระบบ IMAX หนังพาผู้ชมกระโจนจากบ้านสวนชานเมืองในภาคแรก เข้าสู่แฟลตคอนกรีตร้างสูงเสียดฟ้าใจกลางกรุงจาการ์ตายุค 1980s ที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยพายุไต้ฝุ่นและน้ำท่วมขัง กลายเป็นเขาวงกตปิดตายที่เต็มไปด้วยเสียงกระดิ่ง ดงซากศพ และการเฉลิมฉลองพิธีกรรมสังเวยวิญญาณอันวิปริต
เรื่องย่อ: ย้ายหนีความหลอน สู่รังมรณะกลางอุทกภัยกรุงจาการ์ตา
เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 1984 หลายปีหลังจากเหตุการณ์สยองขวัญในภาคแรก รินี (Rini รับบทโดย ทารา บาสโร) พร้อมด้วยน้องชายสองคน โทนี (เอนดี อาร์เฟียน) และ บอนดิ (นาซาร์ อันวาซ) รวมถึงคุณพ่อ บาฮารี (บรานท์ ปาลาเร) ตัดสินใจย้ายหนีอดีตอันเลวร้ายจากบ้านสวนชานเมือง มาเช่าอาศัยอยู่ในโครงการเคหะอพาร์ตเมนต์สูง 14 ชั้นที่สร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ในแถบชานกรุงจาการ์ตา ด้วยความเชื่อที่ว่าการอยู่ในตึกสูงที่มีผู้คนพลุกพล่านจะปลอดภัยกว่าการอยู่บ้านเดี่ยวโดดเดี่ยว หากเกิดเหตุร้ายก็ยังมีเพื่อนบ้านคอยช่วยเหลือ
ทว่าความหวังของพวกเขากลับพังทลายลงอย่างรวดเร็ว เมื่อตึกแห่งนี้เต็มไปด้วยเพื่อนบ้านที่มีพฤติกรรมแปลกประหลาด และพ่อยังคงเก็บงำความลับบางอย่างไว้ในกระเป๋าเอกสารสีดำที่ล็อกกุญแจแน่นหนา จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุสะเทือนขวัญขึ้นในวันหนึ่ง เมื่อลิฟต์โดยสารตัวหลักของตึกเกิดสายสลิงขาดและร่วงดิ่งลงสู่พื้น ส่งผลให้ผู้โดยสารภายในลิฟต์ถูกบดขยี้เสียชีวิตอย่างสยดสยองหลายราย
ในคืนเดียวกัน พายุฝนและพายุไต้ฝุ่นขนาดใหญ่ได้พัดถล่มเมืองหลวง ส่งผลให้น้ำท่วมตัดขาดทางเข้าออกชั้นล่าง ระบบไฟฟ้าและสายโทรศัพท์ถูกตัดขาดจนตึกตกอยู่ในความมืดมิดสนิท รินีและน้องๆ รวมถึงผู้พักอาศัยที่เหลือ ต้องติดอยู่ร่วมกับศพคนตายจากอุบัติเหตุลิฟต์ตกที่ถูกนำมาตั้งสวดไว้ตามห้องต่างๆ ทว่าเมื่อเข็มนาฬิกาเดินเข้าสู่ช่วงเวลาที่กำหนด เสียงกระดิ่งอันคุ้นเคยของ “แม่” ก็ดังก้องขึ้น ศพคนตายเริ่มฟื้นคืนชีพ เหล่าสาวกลัทธิบูชาซาตานนับร้อยรวมตัวกันปิดล้อมอาคาร เพื่อประกอบพิธีเฉลิมฉลอง “Communion” และทวงสัญญาเลือดที่ตระกูลนี้ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป
สุนทรียะแห่งความแคบชวนอึดอัดและงานออกแบบเสียงหลอนประสาท
Satan’s Slaves 2: Communion (2022) โดดเด่นด้วยการเปลี่ยนพื้นที่เกิดเหตุเป็นคอนกรีตบล็อกสไตล์สถาปัตยกรรมบรูทัลลิสต์ (Brutalist Architecture) ยุคสงครามเย็น ผู้กำกับ โจโก อันวาร์ บีบสายตาคนดูด้วยโถงทางเดินยาวแคบ บันไดหนีไฟมืดมิด และช่องทิ้งขยะที่ไร้ก้นบึ้ง (Claustrophobic Dread) การใช้แสงสว่างจากเพียงไม้ขีดไฟ ตะเกียงน้ำมันก๊าด และแสงฟ้าผ่า ช่วยสร้างมิติเงาดำมืดที่หลอกหลอนประสาทได้อย่างยอดเยี่ยม
ความยอดเยี่ยมสูงสุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การออกแบบระบบเสียง (Sound Design) ที่เงียบสงัดและคมชัดจนได้ยินทุกจังหวะหยดน้ำ เสียงเคาะฝาผนัง และเสียงกระดิ่งที่เป็นซิกเนเจอร์ หนังผสมผสานความเชื่อพื้นบ้านเรื่องผีโปจง (Pocong – ศพมัดผ้าขาว) เข้ากับตำนานลัทธิซาตานสากลได้อย่างกลมกลืน การระดมผีโปจงนับร้อยตัวหมอบกราบเพื่อทำพิธีกรรมในช่วงไคลแมกซ์ กลายเป็นภาพจำที่น่าสะพรึงกลัวและทรงพลังที่สุดฉากหนึ่งของหนังสยองขวัญเอเชียร่วมสมัย
ทำไมถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?
- การขยายสเกลความสยองของ โจโก อันวาร์: จากบ้านผีสิงสู่ตึกอพาร์ตเมนต์ขังผี 14 ชั้นที่ปิดตายไร้ทางออก
- ฉากอุบัติเหตุลิฟต์มรณะระดับตำนาน: ซีนสยองขวัญสั่นประสาทช่วงองก์แรกที่ถ่ายทอดได้อย่างโหดเหี้ยม ดิบ เถื่อน และน่าจดจำ
- การเปิดเผยความจริงของลัทธิบูชาซาตาน: การคลี่คลายปริศนาปูมหลังของครอบครัว และเครือข่ายลัทธิลับที่แฝงตัวอยู่ทั่วเกาะชวา
- งานภาพและเสียงระดับพรีเมียมที่ผ่านการฉาย IMAX: การจัดแสงไฟสลัว งานภาพมุมมองประชิด และซาวด์แทร็กกระดิ่งหลอนติดหู
- ผลงานขึ้นหิ้งสำหรับคอหนัง Horror, Supernatural, Folk Horror, Asian Cinema: ภาพยนตร์สยองขวัญระดับท็อปฟอร์มของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่หลอนจนนั่งไม่ติดเบาะ