เนื้อเรื่องย่อ

Napoleon (2023) จักรพรรดินโปเลียน – มหากาพย์สงครามสะท้านยุโรป การเรืองอำนาจสู่ความตกต่ำ และปมรักสุดหมกมุ่นกับ โจเซฟีน ของ วาคีน ฟีนิกซ์

ในฐานะภาพยนตร์เอปิกดราม่าสงครามอิงประวัติศาสตร์ฟอร์มยักษ์ (Historical War Epic) ผลงานการกำกับของปรมาจารย์ผู้กำกับ ริดลีย์ สก็อตต์ (Ridley Scott จาก Gladiator, Kingdom of Heaven, Black Hawk Down) เขียนบทโดย เดวิด สการ์ปา (All the Money in the World) Napoleon (2023) นำแสดงโดยนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ วาคีน ฟีนิกซ์ (Joaquin Phoenix) ในบท นโปเลียน โบนาปาร์ต และ วาเนสซา เคอร์บี้ (Vanessa Kirby) ในบท โจเซฟีน เดอ โบอาร์แน ร่วมด้วย ทาฮาร์ ราฮิม (Tahar Rahim) และ รูเพิร์ต เอเวอเร็ตต์ (Rupert Everett) คือภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเส้นทางการก้าวสู่อำนาจอันเกรียงไกรของจักรพรรดิผู้เปลี่ยนโฉมหน้ายุโรป พร้อมชำแหละความสัมพันธ์เชิงจิตวิทยาอันเปราะบาง ควบคุมไม่ได้ และหมกมุ่นเสน่หาอย่างลึกซึ้ง

เรื่องย่อ: เปลวไฟแห่งการปฏิวัติ สู่บัลลังก์จักรพรรดิฝรั่งเศส และสมรภูมิวอเตอร์ลู

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความบ้าคลั่งของการปฏิวัติฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1793 นโปเลียน โบนาปาร์ต (รับบทโดย วาคีน ฟีนิกซ์) นายทหารปืนใหญ่หนุ่มจากเกาะคอร์ซิกา ได้แสดงอัจฉริยภาพทางยุทธวิธีด้วยการนำกองทัพเข้ายึดเมืองตูลง (Siege of Toulon) จากกองทัพอังกฤษจนคว้าชัยชนะอย่างเด็ดขาด ส่งผลให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นนายพลผู้ทรงอิทธิพลในชั่วข้ามคืน

ในช่วงเวลานั้น นโปเลียนได้พบและตกหลุมรัก “โจเซฟีน เดอ โบอาร์แน” (รับบทโดย วาเนสซา เคอร์บี้) แม่ม่ายลูกติดชนชั้นสูงผู้มีเสน่ห์ลึกลับและเปี่ยมด้วยไหวพริบ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เต็มไปด้วยความหลงใหล ความหึงหวง และเกมอำนาจทางจิตวิทยา แม้นโปเลียนจะกรีฑาทัพไปสร้างชื่อเสียงในศึกอียิปต์ ยึดอำนาจรัฐประหาร และสถาปนาตนเองขึ้นเป็น “จักรพรรดิแห่งฝรั่งเศส” อย่างยิ่งใหญ่ แต่ในโลกส่วนตัว เขากลับยอมสยบอยู่แทบเท้าของโจเซฟีนและโหยหาจดหมายจากเธอตลอดเวลา

ความขัดแย้งเรื่องทายาทสืบราชบัลลังก์บีบให้นโปเลียนจำใจต้องหย่าร้างกับโจเซฟีน ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของรอยร้าวในจิตใจและโชคชะตาทางทหาร การตัดสินใจนำกองทัพกรองด์ อาร์เม (Grande Armée) บุกรัสเซียในฤดูหนาวปี 1812 นำไปสู่หายนะและการสูญเสียไพร่พลนับแสน นโปเลียนถูกบีบให้สละราชสมบัติและเนรเทศไปยังเกาะเอลบา ทว่าหัวใจที่ไม่ยอมจำนนทำให้เขาหลบหนีกลับมาก่อการอีกครั้งในยุคร้อยวัน (Hundred Days) นำไปสู่การเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายกับดยุกแห่งเวลลิงตันใน “ยุทธการที่วอเตอร์ลู” (Battle of Waterloo) อันเป็นบทอวสานของจักรพรรดิผู้เกรียงไกร

จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม

Napoleon (2023) โดดเด่นด้วย สเกลฉากสงครามระดับมหากาพย์และการใช้เอฟเฟกต์จริง (Colossal Battle Choreography & Practical Stunts) ริดลีย์ สก็อตต์ ระดมกล้องบันทึกภาพสูงสุดถึง 11 ตัวพร้อมกันในแต่ละเทค เพื่อจับภาพสมรภูมิขนาดใหญ่ 6 ยุทธการสำคัญ โดยเฉพาะ “ยุทธการที่เอาสเตอร์ลิทซ์” (Battle of Austerlitz) หรือศึกสามจักรพรรดิ ฉากกองทัพพันธมิตรรัสเซีย-ออสเตรียถูกล่อลงสู่ทะเลสาบน้ำแข็งก่อนจะถูกปืนใหญ่ระดมยิงจนแผ่นน้ำแข็งแตกกระจาย ถือเป็นงานภาพที่ทรงพลัง เยียบเย็น และติดตาที่สุดฉากหนึ่งของภาพยนตร์ยุคใหม่

ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ เคมีการฟาดฟันทางจิตวิทยาของ Joaquin Phoenix และ Vanessa Kirby วาคีน ฟีนิกซ์ เลือกตีความนโปเลียนไม่ใช่แค่ผู้นำทางทหารผู้ยิ่งใหญ่ แต่คือชายผู้มีทั้งความไม่มั่นคงในตัวเอง ความเกรี้ยวกราด และความดื้อรั้นเหมือนเด็ก ขณะที่ วาเนสซา เคอร์บี้ มอบการแสดงที่นิ่ง ทรงอำนาจ และมีชั้นเชิงในบทโจเซฟีน เธอทำให้เห็นว่าผู้หญิงคนนี้คือกระจกสะท้อนความอ่อนแอและเป็นผู้กุมหัวใจของบุรุษผู้พิชิตโลกไว้ได้อย่างสมบูรณ์

ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม

  • ยุทธการที่เอาสเตอร์ลิทซ์ (Battle of Austerlitz): ฉากการซุ่มโจมตีบนผืนน้ำแข็งที่ออกแบบทัศนียภาพและจังหวะระเบิดปืนใหญ่ได้อย่างน่าเกรงขาม
  • การจำลองพิธีราชาภิเษก: ฉากนโปเลียนสวมมงกุฎให้ตัวเองและโจเซฟีนในมหาวิหารน็อทร์-ดาม ที่ถอดแบบมาจากภาพวาดระดับประวัติศาสตร์ของ ฌัก-หลุยส์ ดาวิด ได้อย่างวิจิตรบรรจง
  • สมรภูมิวอเตอร์ลู (Battle of Waterloo): การปะทะกันของยุทธวิธีตั้งแถวสี่เหลี่ยมป้องกันทหารม้า (Infantry Square) และการสาดกระสุนปืนใหญ่ระยะประชิด
  • ความสัมพันธ์ผ่านจดหมายรัก: การนำข้อความจริงจากจดหมายเหตุทางประวัติศาสตร์ที่นโปเลียนส่งถึงโจเซฟีนมาร้อยเรียงเข้ากับเรื่องราว
  • ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว Historical War Epic, Military Tactics, Ridley Scott Cinema และ French History: มหากาพย์ชีวประวัติที่อัดแน่นด้วยความยิ่งใหญ่ งานสร้างสุดอลังการ และมุมมองเชิงจิตวิทยาที่น่าค้นหา

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ

ประเภทหนัง