Mary and The Witch’s Flower (2017) – แมรี่ผจญแดนแม่มด ดอกไม้แห่งค่ำคืน ไม้กวาดโบราณ วิทยาลัยเวทมนตร์เอนดอร์
ในฐานะภาพยนตร์แอนิเมชันขนาดยาวเรื่องแรกจาก Studio Ponoc สตูดิโอที่ก่อตั้งโดยอดีตทีมงานและแอนิเมเตอร์ระดับคีย์แมนของ Studio Ghibli Mary and The Witch’s Flower (2017) หรือในชื่อไทย แมรี่ผจญแดนแม่มด ผลงานการกำกับของ ฮิโรมาสะ โยเนบายาชิ (Hiromasa Yonebayashi ผู้กำกับสายเลือดแท้ของจิบลิจาก The Secret World of Arrietty และ When Marnie Was There) ดัดแปลงจากวรรณกรรมเยาวชนคลาสสิกของอังกฤษเรื่อง The Little Broomstick (1971) โดย แมรี่ สจ๊วร์ต (Mary Stewart) คือหมุดหมายสำคัญที่พิสูจน์ว่าจิตวิญญาณแห่งงานวาดมือ 2D อันอบอุ่น ละเมียดละไม และเปี่ยมจินตนาการ ยังคงสืบทอดต่อไปอย่างมั่นคง ให้เสียงพากย์นำโดย ฮานะ ซึงิซากิ (Hana Sugisaki), ริวโนะสุเกะ คามิกิ (Ryunosuke Kamiki), ยูกิ อามามิ (Yuki Amami) และ ฟุมิโยะ โคฮินาตะ (Fumiyo Kohinata)
เรื่องย่อ: ดอกไม้ต้องห้ามแปลงร่างสาวน้อย ไม้กวาดทะยานฟ้า สู่การเผชิญหน้าการทดลองเวทมนตร์อันตราย
เรื่องราวติดตาม แมรี่ สมิธ (พากย์เสียงโดย ฮานะ ซึงิซากิ) เด็กหญิงวัย 10 ขวบผู้มีผมสีแดงหยิกฟูและมักรู้สึกว่าตัวเองซุ่มซ่าม ไร้ประโยชน์ เธอเพิ่งย้ายมาพักผ่อนช่วงปิดเทอมฤดูร้อนที่คฤหาสน์เรดริดจ์ในชนบทอันเงียบสงบกับคุณยายทวด แมรี่พยายามช่วยเหลืองานบ้านของเหล่าคนรับใช้แต่ก็มักจะทำข้าวของพังจนเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายและแปลกแยก
วันหนึ่ง ระหว่างที่แมรี่วิ่งตามเจ้าแมวดำ “ทิบ” เข้าไปในป่าทึบต้องห้าม เธอได้บังเอิญค้นพบ “ฟลาย-บาย-ไนต์” (Fly-by-Night) หรือ “ดอกไม้แม่มด” พืชพรรณเรืองแสงสีน้ำเงินหายากที่เบ่งบานเพียงครั้งเดียวในรอบ 7 ปี เมื่อยางของดอกไม้สัมผัสกับฝ่ามือ แมรี่ได้รับพลังเวทมนตร์มหาศาลชั่วคราว ดอกไม้ยังได้ปลุก “ไม้กวาดโบราณ” ที่ซ่อนอยู่ใต้รากไม้ให้กลับมามีชีวิต ไม้กวาดพาแมรี่และทิบทยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พุ่งทะลุม่านเมฆไปยัง “วิทยาลัยเอนดอร์” (Endor College) โรงเรียนเวทมนตร์ชั้นสูงที่ลอยอยู่กลางเวหา
ที่วิทยาลัยเอนดอร์ แมรี่ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่จาก ครูใหญ่นางมาดามมัมเบิลชูก (พากย์เสียงโดย ยูกิ อามามิ) และ ดร.ดี นักวิทยาศาสตร์เวทมนตร์ (พากย์เสียงโดย ฟุมิโยะ โคฮินาตะ) ทั้งสองเข้าใจผิดว่าแมรี่คืออัจฉริยะแม่มดผมแดงคนใหม่ ทว่าเมื่อแมรี่เผลอทำดอกไม้ตกและเปิดเผยว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นเพียงเด็กมนุษย์ธรรมดา ความลับอันดำมืดของวิทยาลัยก็เริ่มปรากฏ แท้จริงแล้วผู้บริหารทั้งสองกำลังแอบทำการทดลองสุดอันตรายเพื่อกลายพันธุ์สัตว์และดัดแปลงพลังเวทมนตร์ เมื่อ ปีเตอร์ (พากย์เสียงโดย ริวโนะสุเกะ คามิกิ) เด็กชายส่งหนังสือพิมพ์จากหมู่บ้านถูกจับตัวไปเป็นหนูทดลอง แมรี่จึงต้องใช้เพียงความกล้าหาญ ความจริงใจ และสองมือเปล่าเพื่อช่วยเหลือเพื่อนของเธอให้รอดพ้นจากหายนะ
สุนทรียะแห่งงานวาดมืออันประณีต กลิ่นอายจิบลิ และบทเรียนของการเป็นคนธรรมดา
Mary and The Witch’s Flower (2017) โดดเด่นด้วยสุนทรียะของงานแอนิเมชัน 2D แบบดั้งเดิมที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นความเขียวชอุ่มของธรรมชาติชนบทสไตล์อังกฤษ การขยับไหวของเส้นผมสีแดงเพลิง ไปจนถึงความลื่นไหลของฉากแอนิเมชันการแปลงร่างและของเหลวเวทมนตร์ที่แฟนแอนิเมชันจิบลิคุ้นเคย
ความยอดเยี่ยมสูงสุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ แก่นสารที่สวนทางกับเรื่องเล่าสายเวทมนตร์ทั่วไป หนังไม่ได้ยกย่องพลังวิเศษ แต่ขับเน้นว่า “พลังที่แท้จริงเกิดจากความพยายามและการกระทำของคนธรรมดา” ฮานะ ซึงิซากิ มอบน้ำเสียงสดใส ปนเปิ่น และเปี่ยมพลังชีวิตให้แก่แมรี่ได้อย่างมีเสน่ห์ ขณะที่ดนตรีประกอบโดย ทาคัตสึงุ มูรามัตสึ นำเครื่องดนตรีคลาสสิกอย่าง ‘ซิมบาโลม’ (Cimbalom) เครื่องสายเคาะโบราณมาสร้างบรรยากาศเวทมนตร์ที่ลึกลับและแปลกใหม่ เสริมด้วยเพลงธีมปิดท้ายสุดอบอุ่นอย่าง “Rain” โดยวงร็อกชื่อดัง SEKAI NO OWARI
ทำไมถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?
- ผลงานประวัติศาสตร์เปิดสตูดิโอใหม่ Studio Ponoc: การรวมตัวของอดีตทีมงานและแอนิเมเตอร์ Studio Ghibli ที่สานต่องานศิลปะวาดมืออันทรงคุณค่า
- งานภาพและสีสันที่สวยงามตระการตา: ถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ชนบทอังกฤษและโลกเวทมนตร์ลอยฟ้าได้อย่างละเมียดละไมทุกเฟรม
- ข้อคิดทรงพลังเรื่องการยอมรับในตัวเอง: เปลี่ยนปมด้อยของเด็กสาวผมแดงซุ่มซ่ามให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญและความพิเศษ
- เพลงประกอบสุดไพเราะ ‘Rain’ จาก SEKAI NO OWARI: บทเพลงปิดท้ายที่เติมเต็มอารมณ์ความอบอุ่น ชุ่มฉ่ำ และสร้างรอยยิ้ม
- ผลงานขึ้นหิ้งสำหรับคอหนัง Animation, Fantasy, Adventure, Family, Ghibli Legacy: แอนิเมชันผจญภัยแฟนตาซีที่ดูสนุก สดใส อิ่มเอมใจได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่