Jigen Daisuke (2023) – ไดสุเกะ จิเก็น ปืนลูกโม่คู่ใจ สนิมเกาะลำกล้อง เด็กสาวใบ้ และองค์กรลอบสังหาร สู่ภาพยนตร์แอ็กชัน-นีโอนัวร์เดี่ยวของมือปืนหมวกปีกกว้างระดับตำนาน โดย ฮาจิเมะ ฮาชิโมโตะ และ เท็ตสึจิ ทามายามะ
ในฐานะภาพยนตร์แอ็กชัน-นีโอนัวร์ดัดแปลงจากมังงะและอนิเมะระดับขึ้นหิ้ง (Live-Action Neo-Noir Crime Thriller Feature) ผลงานออริจินัลจาก Amazon Studios ร่วมกับ Toei Company Jigen Daisuke (2023) หรือในชื่อไทย ไดสุเกะ จิเก็น ผลงานการกำกับของ ฮาจิเมะ ฮาชิโมโตะ (Hajime Hashimoto จาก The Legend & Butterfly) คือการดึงตัวละครมือปืนระดับตำนานจากแฟรนไชส์ Lupin the Third (ลูแปงที่ 3) ของอาจารย์ มังกี้ พันช์ (Monkey Punch) มาสร้างเป็นภาพยนตร์เดี่ยวฉบับคนแสดงแบบเต็มตัว โดยได้ เท็ตสึจิ ทามายามะ (Tetsuji Tamayama) หวนกลับมารับบทเป็น จิเก็น อีกครั้งหลังเคยฝากผลงานไว้ใน Lupin the 3rd (2014) หนังฉีกโทนจอมโจรสายฮาสู่ความมืดหม่น นิ่งขรึม ดิบเท่ และเปี่ยมด้วยควันปืนสไตล์ฟิล์มนัวร์ ร่วมแสดงโดย มากิ ซาซากิ (Maki Sasaki), โยโกะ มากิ (Yoko Maki) และ มิตสึโกะ คุซาบูเอะ (Mitsuko Kusabue)
เรื่องย่อ: อาการมือสั่นของมือปืน ช่างซ่อมปืนในตำนาน สู่การปกป้องเด็กสาวจากเงามืด
เรื่องราวติดตาม ไดสุเกะ จิเก็น (รับบทโดย เท็ตสึจิ ทามายามะ) มือปืนผู้ลึกลับเจ้าของฉายา “สไนเปอร์หมวกปีกกว้าง” ผู้ไม่เคยยิงพลาดเป้า ทว่าวันหนึ่งเขากลับพบว่าความแม่นยำของตนเองเริ่มถดถอย ปืนลูกโม่คู่ใจ Smith & Wesson Model 19 เริ่มทำงานติดขัดและขาดความเที่ยงตรง จิเก็นสัมผัสได้ว่าอาวุธคู่กายกำลังหมดอายุขัย และตัวเขาเองก็กำลังสูญเสียสัญชาตญาณนักฆ่า
เพื่อซ่อมแซมปืนกระบอกนี้ จิเก็นจึงตัดสินใจเดินทางกลับมายังประเทศญี่ปุ่นเพื่อตามหา จิฮารุ ยาโอะ (รับบทโดย มิตสึโกะ คุซาบูเอะ) ช่างทำปืนระดับตำนานที่ซ่อนตัวอยู่ใต้คราบเจ้าของร้านนาฬิกาเก่าแก่ ทว่าเมื่อไปถึง ยาโอะกลับปฏิเสธที่จะจับปืนอีกต่อไป และมอบเงื่อนไขให้จิเก็นต้องคอยดูแล โอโตะ (รับบทโดย มากิ ซาซากิ) เด็กสาวใบ้ปริศนาที่กำลังถูกตามล่าโดยองค์กรอาชญากรรมลับ
เบื้องหลังของโอโตะเชื่อมโยงกับ “โคดาเนะ” สารเคมีชนิดใหม่ที่องค์กรมาเฟียใต้ดินต้องการใช้ควบคุมมนุษย์ นำโดย อเดล (รับบทโดย โยโกะ มากิ) หญิงสาวเลือดเย็นบนรถเข็นผู้บัญชาการเหล่านักฆ่ามือฉมัง เมื่อโอโตะถูกลักพาตัวไป จิเก็นจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลุกขึ้นมาสวมหมวกปีกกว้าง หยิบปืนลูกโม่ที่ได้รับการฟื้นคืนชีพ บุกเดี่ยวตะลุยฝ่าดงกระสุนเพื่อชิงตัวเด็กสาวกลับคืนมาและพิสูจน์วิถีแห่งมือปืนอันดับหนึ่งของโลก
สุนทรียะแห่งควันปืนลูกโม่ กลิ่นอายนัวร์คลาสสิก และคิวบู๊ประชิดสายสมจริง
Jigen Daisuke (2023) โดดเด่นด้วยการจัดแสงเงาในสไตล์นีโอนัวร์ (Neo-Noir Lighting) ที่เน้นความมืดสลัว แสงไฟนีออนสะท้อนถนนเปียกฝน และควันบุหรี่ลอยอ้อยอิ่งใต้ปีกหมวกอันเป็นเอกลักษณ์ การกำกับภาพให้ความสำคัญกับรายละเอียดเชิงกลไกของอาวุธปืน ทั้งเสียงสับไก จังหวะการหมุนของลูกโม่ และปลอกกระสุนที่ร่วงหล่น
ความยอดเยี่ยมสูงสุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การแสดงของ เท็ตสึจิ ทามายามะ ที่ถ่ายทอดบุคลิกของ จิเก็น ออกมาราวกับหลุดมาจากหน้ากระดาษมังงะ ทั้งท่าทางการเดิน การคาบบุหรี่ และสายตาคมกริบที่ซ่อนอยู่ใต้หมวก ฉากแอ็กชันช่วงท้ายเรื่องถูกออกแบบให้เป็นคิวบู๊แบบ Gun-Fu ยิงปะทะระยะประชิดผสมผสานการดวลปืนสไตล์คาวบอยตะวันตก (Quick Draw) ที่รวดเร็ว เฉียบขาด และปราศจากความลังเล ขับเน้นเสน่ห์แบบชายชาตรีที่สุขุมแต่พึ่งพาได้เสมอ
ทำไมถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?
- การคืนบทบาทระดับตำนานของ เท็ตสึจิ ทามายามะ: ถ่ายทอดจิตวิญญาณ “ไดสุเกะ จิเก็น” ได้สมบูรณ์แบบทั้งรูปลักษณ์และเสน่ห์ความเท่
- โทนภาพยนตร์สไตล์นีโอนัวร์แท้ๆ: ฉีกแนวจากความสดใสของลูแปง สู่บรรยากาศดิบ หม่น และเต็มไปด้วยความตึงเครียด
- ฉากดวลปืนลูกโม่สุดประณีต: การออกแบบเสียงปืนและคิวบู๊การยิงเร็วที่สะใจคอหนังแอ็กชันสายอาวุธปืน
- ความสัมพันธ์แบบ Lone Wolf กับเด็กสาว: เคมีระหว่างมือปืนปากแข็งกับเด็กสาวใบ้ที่ค่อยๆ เติมเต็มความอบอุ่นในใจ
- ผลงานขึ้นหิ้งสำหรับคอหนัง Action, Crime, Neo-Noir, Manga Adaptation, Lupin the Third Fans: ภาพยนตร์ภาคแยกที่แฟนคลับลูแปงและคอหนังสายบู๊สากลไม่ควรพลาด