I’m Glad It’s Christmas (2022) สุขสันต์วันคริสต์มาส – เสียงเพลงแห่งความฝัน มนต์เสน่ห์เทศกาลวันหยุด และความรักที่เบ่งบานกลางเวทีบรอดเวย์จำลอง
ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามผลงานภาพยนตร์แนวฮอลิเดย์โรแมนติกคอมเมดี้ ดนตรีฟีลกู๊ด และภาพยนตร์เทศกาลคริสต์มาสชวนอบอุ่นหัวใจ (Holiday Musical Romance & Festive Feel-Good Cinema) มาอย่างต่อเนื่อง I’m Glad It’s Christmas (2022) ผลงานการกำกับของ เออร์นี บาร์บาราช (Ernie Barbarash) นำแสดงโดย เจสสิกา ลาวน์เดส (Jessica Lowndes), พอล กรีน (Paul Greene) และตำนานดีว่าระดับไอคอนิก แกลดิส ไนต์ (Gladys Knight) คือภาพยนตร์คริสต์มาสที่ผสมผสานกลิ่นอายละครเวทีและมนต์สะกดของเสียงเพลง เพื่อบอกเล่าการไล่ตามความฝัน มิตรภาพ และการค้นพบหัวใจตัวเองท่ามกลางบรรยากาศหิมะโปรยปราย
เรื่องย่อ: แสงไฟเวที สู่ท่วงทำนองรักกลางฤดูหนาว
เรื่องราวโฟกัสไปที่ “โคลอี้ โบสแมน” (รับบทโดย เจสสิกา ลาวน์เดส) หญิงสาวผู้มีความฝันอยากก้าวขึ้นเป็นนักแสดงนำบนเวทีบรอดเวย์ แต่ความเป็นจริงกลับต้องทำงานเป็นพนักงานขายในห้างสรรพสินค้าเล็กๆ พร้อมทั้งคอยรับงานร้องเพลงและออดิชันที่มักจบลงด้วยความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า
โอกาสครั้งสำคัญมาถึงเมื่อเมืองเล็กๆ ของเธอตัดสินใจจัดงานแสดงดนตรีเทศกาลคริสต์มาสครั้งใหญ่ประจำปี โดยได้ “เจสัน เมอร์ฟีย์” (รับบทโดย พอล กรีน) ผู้กำกับหนุ่มไฟแรงในท้องถิ่นเข้ามารับหน้าที่ดูแลการแสดง เจสันเล็งเห็นถึงพรสวรรค์และประกายในตัวโคลอี้ จึงชักชวนให้เธอมารับบทนำในโชว์ครั้งนี้ พร้อมทั้งได้ “คอร่า แม็กครีดี” (รับบทโดย แกลดิส ไนต์) ศิลปินหญิงระดับตำนานของเมือง มาช่วยเป็นที่ปรึกษาและพี่เลี้ยงด้านการร้องเพลง
การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดทำให้ความผูกพันระหว่างโคลอี้และเจสันเริ่มก่อตัวเป็นความรักอันลึกซึ้ง ทว่าในจังหวะที่หัวใจกำลังลงตัว โคลอี้กลับได้รับโทรศัพท์เรียกตัวไปออดิชันบทนำบรอดเวย์ในฝันที่นิวยอร์ก ซึ่งตรงกับวันขึ้นแสดงจริงในคืนวันคริสต์มาส เธอจึงต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต ระหว่างความฝันในแสงสีที่เธอวิ่งตามมาตลอดชีวิต หรือการอยู่เคียงข้างคนที่รักและชุมชนที่เห็นคุณค่าในตัวเธออย่างแท้จริง
จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม
I’m Glad It’s Christmas (2022) โดดเด่นด้วย มนต์เสน่ห์ของบทเพลงคริสต์มาสและการแสดงสดอันทรงพลัง (Enchanting Musical Moments & Vocal Prowess) ตัวหนังเต็มไปด้วยการแสดงดนตรีที่ไพเราะ โดยเฉพาะเสียงร้องคุณภาพของ เจสสิกา ลาวน์เดส ที่ควบตำแหน่งอำนวยการสร้างและร่วมแต่งเพลงประกอบเอง ผสานเข้ากับพลังเสียงอันกึกก้องและเปี่ยมจิตวิญญาณของเจ้าแม่โซลอย่าง แกลดิส ไนต์ ที่ช่วยยกระดับภาพยนตร์คริสต์มาสเรื่องนี้ให้มีความขลังและน่าประทับใจยิ่งขึ้น
ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ บรรยากาศฟีลกู๊ดและเคมีอันอบอุ่นของคู่พระนาง (Heartfelt Chemistry & Classic Holiday Spirit) เจสสิกา ลาวน์เดส และ พอล กรีน ถ่ายทอดความสัมพันธ์แบบเรียบง่าย ไม่หวือหวา แต่เต็มไปด้วยความเข้าใจและการสนับสนุนความฝันของกันและกัน งานภาพใช้โทนสีอบอุ่น ประดับประดาด้วยไฟคริสต์มาส ต้นสน และหิมะขาวโพลน ชวนให้ผู้ชมรู้สึกผ่อนคลายและอิ่มเอมใจ
ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม
- การปรากฏตัวและเสียงร้องของ Gladys Knight: ตำนานนักร้องรางวัลแกรมมี่ที่มาถ่ายทอดบทบาทพี่เลี้ยงผู้อบอุ่นพร้อมโชว์เสียงร้องระดับตำนาน
- บทเพลงเทศกาลคริสต์มาสสุดไพเราะ: เพลงออริจินัลที่แต่งขึ้นใหม่และเพลงคริสต์มาสคลาสสิกที่เติมเต็มบรรยากาศวันหยุดได้อย่างลงตัว
- ข้อคิดเรื่องความสำเร็จและความสุขแท้จริง: การสะท้อนให้เห็นว่าเป้าหมายในชีวิตอาจไม่ใช่แค่ชื่อเสียงโด่งดัง แต่คือการได้แบ่งปันความสุขกับคนที่รัก
- ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว Holiday Romance, Christmas Musical, Feel-Good Cinema และ Family Drama: ภาพยนตร์วันหยุดที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเปิดดูร่วมกันในครอบครัวเพื่อรับพลังบวกและไออุ่นในฤดูหนาว