เนื้อเรื่องย่อ

Free State of Jones (2016) จอมคนล้างแผ่นดิน – การลุกฮือของทหารหนีทัพ การแยกตัวเป็นรัฐอิสระ และการจับมือสู้เพื่อความเท่าเทียมของ แมทธิว แม็คคอนาเฮย์

ในฐานะภาพยนตร์ดราม่าสงครามอิงประวัติศาสตร์จริงอันเข้มข้น (Historical War Drama / Biographical Epic) ผลงานการเขียนบท อำนวยการสร้าง และกำกับโดย แกรี่ รอสส์ (Gary Ross ผู้กำกับ The Hunger Games, Seabiscuit) Free State of Jones (2016) นำแสดงโดย แมทธิว แม็คคอนาเฮย์ (Matthew McConaughey เจ้าของรางวัลออสการ์จาก Dallas Buyers Club), กูกู เอ็มบาธา-รอว์ (Gugu Mbatha-Raw), มาเฮิร์ชชาลา อาลี (Mahershala Ali) และ เคอรี รัสเซลล์ (Keri Russell) คือภาพยนตร์ที่เปิดโปงอีกด้านของสงครามกลางเมืองอเมริกา (American Civil War) โดยไม่ยึดติดกับภาพจำเดิมๆ แต่พาผู้ชมไปสัมผัสเรื่องจริงของชาวใต้ผิวขาวผู้ยากจนที่ร่วมมือกับทาสผิวดำ ลุกขึ้นมาจับอาวุธต่อต้านฝ่ายสมาพันธรัฐ (Confederacy) เพื่อสร้างรัฐอิสระที่ทุกคนเท่าเทียมกัน

เรื่องย่อ: ทหารพยาบาลผู้ตื่นรู้ การหลบหนีสู่ป่าบึง และการสถาปนารัฐโจนส์

เรื่องราวเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1862 ท่ามกลางสมรภูมิอันนองเลือดของสงครามกลางเมือง “นิวตัน ไนท์” (รับบทโดย แมทธิว แม็คคอนาเฮย์) ชายชาวไร่จากโจนส์เคาน์ตี รัฐมิสซิสซิปปี ปฏิบัติหน้าที่เป็นทหารพยาบาลให้กับกองทัพฝ่ายใต้ ทว่าความสิ้นหวังของเขามาถึงจุดแตกหักเมื่อ “แดเนียล” หลานชายวัยรุ่นถูกเกณฑ์มารบและเสียชีวิตลงต่อหน้าต่อตา ประกอบกับการประกาศใช้กฎหมาย “Twenty Negro Law” ของฝ่ายใต้ที่อนุญาตให้เจ้าของทาสที่มีทาสตั้งแต่ 20 คนขึ้นไปได้รับการยกเว้นไม่ต้องไปรบ นิวตันตระหนักทันทีว่านี่คือ “สงครามของคนรวย แต่ให้คนจนไปตาย”

นิวตันตัดสินใจหนีทัพ นำศพหลานชายกลับไปฝังที่บ้านเกิด และพบว่าครอบครัวของชาวนายากจนกำลังถูกกองทัพสมาพันธรัฐรีดไถพืชผลและปศุสัตว์จนแทบอดตาย เมื่อนิวตันลุกขึ้นมาขัดขวาง เขาจึงถูกทางการตามล่าจนต้องหนีเข้าไปหลบซ่อนตัวในบึงน้ำลึก ที่นั่นเขาได้พบกับกลุ่มทาสผิวดำหลบหนีที่นำโดย “โมเสส วอชิงตัน” (รับบทโดย มาเฮิร์ชชาลา อาลี)

นิวตันและโมเสสกลายเป็นสหายร่วมรบ ทั้งคู่ร่วมกันระดมพลชาวนาผิวขาวที่หนีทัพและทาสผิวดำที่หลบหนี ก่อตั้งกองกำลังจรยุทธ์ติดอาวุธขึ้นมาต่อต้านกองทัพฝ่ายใต้ ปล้นขบวนเสบียง และแจกจ่ายอาหารคืนให้ชาวบ้าน ความสำเร็จของการต่อสู้ขยายตัวจนสามารถยึดพื้นที่โจนส์เคาน์ตีและเทศมณฑลโดยรอบได้สำเร็จ นิวตันประกาศยกเลิกความเป็นทาส และสถาปนาพื้นที่แห่งนี้เป็น “รัฐอิสระแห่งโจนส์” (The Free State of Jones) โดยชักธงชาติสหรัฐฯ (ฝ่ายเหนือ) ขึ้นสู่ยอดเสา

แม้สงครามกลางเมืองจะสิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของฝ่ายเหนือ แต่นิวตันและเพื่อนร่วมอุดมการณ์ รวมถึง “ราเชล” (รับบทโดย กูกู เอ็มบาธา-รอว์) อดีตทาสสาวผู้กลายมาเป็นภรรยาของเขา ยังคงต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้ระลอกใหม่ในยุคฟื้นฟูบูรณะ (Reconstruction Era) จากการกำเนิดของกลุ่มคลั่งชาติผิวขาว คูคลักซ์แคลน (KKK) และกฎหมายแบ่งแยกสีผิวที่พยายามกดขี่สิทธิการเลือกตั้งของคนผิวดำ

จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม

Free State of Jones (2016) โดดเด่นด้วย การชำแหละความขัดแย้งทางชนชั้นในสงครามกลางเมือง (Class Struggle within the Confederacy) แกรี่ รอสส์ กล้าที่จะท้าทายตำนาน “Lost Cause” ของฝ่ายใต้ที่มักอ้างว่าชาวใต้ทุกคนสามัคคีกัน หนังนำเสนอภาพความเป็นจริงว่าชาวไร่ผิวขาวที่ไม่มีทาสถูกกดขี่และเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มชนชั้นสูงเจ้าของไร่ฝ้ายไม่ต่างกัน การจับมือกันระหว่าง นิวตัน ไนท์ กับ ทาสผิวดำ จึงเป็นการปฏิวัติทางสังคมและชนชั้นที่ทรงพลัง

ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ พลังทางการแสดงอันเด็ดเดี่ยวของ Matthew McConaughey และเคมีร่วมกับ Mahershala Ali แมทธิว แม็คคอนาเฮย์ ถ่ายทอดตัวละคร นิวตัน ไนท์ ด้วยดวงตาที่ลุกเป็นไฟและน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความจริงใจ เขาไม่ใช่ฮีโร่ผู้ขาวสะอาด แต่เป็นชาวบ้านธรรมดาที่มีมโนธรรมและความดุดัน ขณะที่ มาเฮิร์ชชาลา อาลี ในบทโมเสส ถ่ายทอดความปรารถนาในอิสรภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ได้อย่างซาบซึ้ง โดยเฉพาะฉากการต่อสู้เพื่อสิทธิการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง

ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม

  • การเปิดฉากสงครามสมรภูมิคอรินธ์: ฉากการเดินแถวหน้ากระดานฝ่าห่ากระสุนปืนใหญ่ที่ถ่ายทอดความโหดร้ายและสูญเปล่าของสงครามได้อย่างสมจริง
  • ยุทธการซุ่มโจมตีในโบสถ์ (The Funeral Ambush): ฉากการซุ่มโจมตีกองทหารฝ่ายใต้โดยใช้โลงศพและงานศพเป็นกับดัก สะท้อนไหวพริบของกองกำลังจรยุทธ์
  • คำประกาศสิทธิความเท่าเทียมของ Newton Knight: สุนทรพจน์รอบกองไฟที่นิวตันประกาศว่า “ไม่มีมนุษย์คนใดควรมีสิทธิ์เป็นเจ้าของชีวิตมนุษย์อีกคนหนึ่ง”
  • เส้นเรื่องคู่ขนานคดีลูกหลานในศตวรรษที่ 20: การตัดสลับไปยังคดีปี 1948 ของ เดวิส ไนท์ เหลนของนิวตันที่ถูกฟ้องร้องข้อหาแต่งงานข้ามสีผิว (Miscegenation Laws) ตอกย้ำว่าผลพวงของการต่อสู้ส่งผลยาวนานเพียงใด
  • ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว Historical Epic, Civil War Lore, Racial Justice Cinema และ Underdog Rebellion: ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ที่จริงจัง หนักแน่น และให้บทเรียนสำคัญเรื่องความยุติธรรมทางสังคม

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ

ประเภทหนัง