Elvis (2022) – เอลวิส ราชาเพลงร็อกแอนด์โรล แสงสปอตไลต์ กรงขังทองคำ สู่มหากาพย์ชีวประวัติมิวสิคัลสุดตระการตาและบาดลึกของ บาซ เลอห์มานน์, ออสติน บัตเลอร์ และ ทอม แฮงส์
ในฐานะภาพยนตร์แนวมหากาพย์ชีวประวัติดนตรี-ดราม่าระดับปรากฏการณ์ (Epic Musical Biographical Drama Masterpiece) Elvis (2022) หรือในชื่อไทย เอลวิส ผลงานการกำกับและร่วมเขียนบทของ บาซ เลอห์มานน์ (Baz Luhrmann ผู้กำกับวิสัยทัศน์จัดจ้านจาก Moulin Rouge! และ The Great Gatsby) คือภาพยนตร์ชิ้นเอกที่ชำแหละชีวิต รุ่งโรจน์ และโศกนาฏกรรมของ เอลวิส เพรสลีย์ ราชาเพลงร็อกแอนด์โรล ผ่านมุมมองอันบิดเบี้ยวของผู้จัดการส่วนตัวจอมบงการ หนังส่งให้ ออสติน บัตเลอร์ (Austin Butler) กวาดคำชมอย่างล้นหลามและคว้ารางวัลลูกโลกทองคำ พร้อมเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ประกบคู่กับนักแสดงเจ้าของสองรางวัลออสการ์ ทอม แฮงส์ (Tom Hanks) ในบท พันเอกทอม พาร์กเกอร์ ร่วมด้วย โอลิเวีย เดอจอนจ์ (Olivia DeJonge)
เรื่องย่อ: เสียงดนตรีคนผิวดำ สะโพกสั่นสะเทือนโลก สู่พันธนาการของผู้จัดการปีศาจ
เรื่องราวบอกเล่าผ่านความทรงจำบนเตียงคนไข้ในวาระสุดท้ายของ พันเอกทอม พาร์กเกอร์ (รับบทโดย ทอม แฮงส์) ชายผู้เรียกตัวเองว่าเป็นผู้สร้างราชาเพลงร็อกแอนด์โรล พาร์กเกอร์ได้ค้นพบเพชรในตมอย่าง เอลวิส เพรสลีย์ (รับบทโดย ออสติน บัตเลอร์) เด็กหนุ่มผิวขาวจากครอบครัวยากจนในเมมฟิส รัฐเทนเนสซี ผู้เติบโตมาในย่านคนผิวดำและซึมซับจิตวิญญาณแห่งดนตรีกอสเปล (Gospel) และริทึมแอนด์บลูส์ (R&B) เข้าไปในสายเลือด
เมื่อเอลวิสก้าวขึ้นเวทีพร้อมท่วงท่าการโยกสะโพกอันเร่าร้อนและพลังเสียงที่ไร้กรอบ เขาสร้างแรงสั่นสะเทือนทางวัฒนธรรมจนวัยรุ่นคลั่งไคล้ ขณะที่กลุ่มอนุรักษนิยมมองว่าเขาคือภัยคุกคามทางศีลธรรม พาร์กเกอร์เล็งเห็นโอกาสทำเงินมหาศาล จึงเข้ามาเป็นผู้จัดการส่วนตัวแต่เพียงผู้เดียว และผลักดันเอลวิสสู่การเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ทั้งงานเพลง ภาพยนตร์ฮอลลีวูด และรายการโทรทัศน์
ทว่าเบื้องหลังความสำเร็จอันหรูหรา กลับเป็นกรงขังทองคำที่กักขังจิตวิญญาณของเอลวิส พาร์กเกอร์ควบคุมทุกมิติในชีวิตและกอบโกยผลประโยชน์จากเขาอย่างเลือดเย็น แม้เอลวิสจะพยายามปลดแอกตัวเองด้วยการกลับมาคืนฟอร์มในรายการคัมแบ็กสเปเชียลปี 1968 (’68 Comeback Special) แต่ด้วยหนี้การพนันมหาศาลของพาร์กเกอร์ ทำให้เอลวิสถูกผูกมัดด้วยสัญญาคอนเสิร์ตระยะยาวที่โรงแรมอินเตอร์เนชันแนลในลาสเวกัส ร่างกายและจิตใจที่อ่อนล้าจากการทำงานหนัก การพึ่งพายา และความโดดเดี่ยว ค่อยๆ กัดกินชีวิตของราชาร็อกแอนด์โรลจนกระทั่งถึงลมหายใจสุดท้าย
สุนทรียะแห่งความฉูดฉาด การตัดต่อระดับพายุหมุน และการแสดงเปลี่ยนชีวิตของ ออสติน บัตเลอร์
Elvis (2022) โดดเด่นด้วยลายเซ็นอันจัดจ้านของ บาซ เลอห์มานน์ ทั้งการตัดต่อที่รวดเร็ว ลื่นไหล งานออกแบบฉากและคอสตูมสุดวิจิตรตระการตาโดย แคทเธอรีน มาร์ติน (Catherine Martin) ที่เนรมิตชุดจัมป์สูทประดับเลื่อมและบรรยากาศลาสเวกัสยุค 70 ออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ ด้านดนตรีมีการผสมผสานเพลงคลาสสิกของเอลวิสเข้ากับดนตรีฮิปฮอปร่วมสมัย (เช่น Doja Cat และ Eminem) ได้อย่างลงตัวและทรงพลัง
ความยอดเยี่ยมสูงสุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การแสดงแบบทุ่มถวายชีวิตของ ออสติน บัตเลอร์ ที่ใช้เวลาฝึกฝนนานหลายปีเพื่อถอดรหัสทั้งการเคลื่อนไหว การพูด น้ำเสียงการร้องเพลง และแววตาอันเปราะบางของเอลวิสได้อย่างไร้ที่ติ ขณะที่ ทอม แฮงส์ ในบท พันเอกพาร์กเกอร์ ถ่ายทอดความเจ้าเล่ห์ หลอกลวง และทะเยอทะยานได้อย่างน่ารังเกียจและทรงพลัง หนังสะท้อนภาพการถูกเอารัดเอาเปรียบในอุตสาหกรรมดนตรีได้อย่างถึงแก่น
ทำไมถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?
- การแสดงระดับมาสเตอร์พีซของ ออสติน บัตเลอร์: การแปลงกายเป็น เอลวิส เพรสลีย์ ได้อย่างสมบูรณ์แบบจนคว้ารางวัล Golden Globe และ BAFTA
- วิสัยทัศน์ภาพยนตร์อันหวือหวาของ บาซ เลอห์มานน์: งานภาพ คอสตูม และจังหวะดนตรีที่ปลุกพลังความบ้าคลั่งของร็อกแอนด์โรล
- การประชันบทบาทของ ทอม แฮงส์: พลิกคาแรกเตอร์เป็นผู้จัดการจอมบงการที่เลือดเย็นและเห็นแก่ตัว
- การยกย่องรากเหง้าดนตรีคนผิวดำ: ถ่ายทอดความจริงทางประวัติศาสตร์ว่าสไตล์ของเอลวิสมีจุดกำเนิดมาจากศิลปินบลูส์และกอสเปล
- ผลงานขึ้นหิ้งสำหรับคอหนัง Biography, Music, Drama, History, Blockbuster: ภาพยนตร์ชีวประวัติดนตรีระดับตำนานที่มอบทั้งความตื่นตา ความบันเทิง และความสะเทือนอารมณ์อย่างลึกซึ้ง