Batman and Superman: Battle of the Super Sons (2022) ศึกสองทายาทซูเปอร์ฮีโร่ – กำเนิดคู่หูรุ่นลูก ก้าวพ้นร่มเงาพ่อ และมหันตภัยเอเลี่ยนกลืนกินจัสติซลีก
ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามจักรวาลแอนิเมชันของดีซี (DC Universe Animated Original Movies) และเรื่องราวของคู่หูรุ่นเยาว์มาอย่างต่อเนื่อง Batman and Superman: Battle of the Super Sons (2022) ภายใต้การกำกับของ แมตต์ ปีเตอร์ส (Matt Peters) คือหมุดหมายครั้งสำคัญของ DC Animation ในฐานะภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องแรกของค่ายที่ใช้เทคนิคคอมพิวเตอร์กราฟิก 3 มิติเต็มรูปแบบ (Fully CG-Animated) โดยดัดแปลงเรื่องราวจากคอมิกยอดฮิตชุด Super Sons ของ ปีเตอร์ เจ. โทมาซี เพื่อบอกเล่าการจับคู่ครั้งแรกของ “โจนาธาน เคนท์” และ “เดเมียน เวย์น” ทายาทของสองฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่แห่งโลกการ์ตูน
เรื่องย่อ: เมื่อฮีโร่รุ่นพ่อถูกครอบงำ สู่ภารกิจกู้โลกของสองทายาท
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในวันเกิดครบรอบ 11 ปีของ “โจนาธาน เคนท์” (พากย์เสียงโดย แจ็ค ดีแลน เกรเซอร์) เด็กชายชนบทผู้ใช้ชีวิตเรียบง่ายในสมอลวิลล์ แต่แล้วเขาก็ได้ค้นพบความจริงอันน่าตกตะลึงว่า “คลาร์ก เคนท์” พ่อของเขาแท้จริงแล้วคือ ซูเปอร์แมน ยิ่งไปกว่านั้น โจนาธานยังเริ่มแสดงพลังพิเศษทางสายเลือดชาวคริปตันออกมา ทำให้พ่อของเขาตัดสินใจพาไปเยือนถ้ำค้างคาวเพื่อตรวจวัดระดับพลัง
ณ ที่นั่น โจนาธานได้พบกับ “เดเมียน เวย์น” หรือ โรบิน (พากย์เสียงโดย แจ็ค กริฟโฟ) ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของแบทแมน ผู้ได้รับการฝึกฝนวิชาสังหารจากลีกออฟแอสซาสซินมาตั้งแต่เด็ก ด้วยบุคลิกที่ต่างกันสุดขั้วระหว่างโจนาธานผู้มองโลกในแง่ดีและเป็นมิตร กับเดเมียนผู้หยิ่งผยอง เย่อหยิ่ง และมองว่าโจนาธานเป็นเพียงภาระ ทำให้ทั้งสองเริ่มต้นด้วยความบาดหมาง
ทว่าความขัดแย้งส่วนตัวต้องถูกพักไว้ เมื่อเอเลี่ยนปรสิตจากต่างดาวอย่าง “สตาร์โร” (Starro the Conqueror) เริ่มแพร่กระจายสปอร์เข้าควบคุมจิตใจของสมาชิกจัสติซลีกทุกคน ทั้ง ซูเปอร์แมน, แบทแมน, วันเดอร์วูแมน และฮีโร่คนอื่นๆ ทั่วโลก เมื่อโลกตกอยู่ในความมืดมิดและไร้ผู้พิทักษ์ สองเด็กชายผู้เป็นทายาทจึงต้องก้าวข้ามความไม่ลงรอย ผนึกกำลังเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เพื่อหยุดยั้งแผนการล้างสมองมนุษยชาติและช่วยเหลือพ่อของตนเองกลับมา
จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม
Batman and Superman: Battle of the Super Sons (2022) โดดเด่นด้วย สไตล์ภาพ 3D สเปเชียลเซลเฉดดิ้งที่ถอดแบบจากลายเส้นคอมิก (Dynamic Cel-Shaded 3D Animation) การออกแบบตัวละคร งานแสงเงา และแอนิเมชันการเคลื่อนไหวทำได้อย่างไหลลื่น แปลกตา แต่ยังคงรักษาเสน่ห์และอัตลักษณ์ของหน้ากระดาษหนังสือการ์ตูนไว้ได้อย่างลงตัว ฉากการต่อสู้กลางเวหาและคิวบู๊ประชิดตัวมีมุมกล้องที่ฉวัดเฉวียนและทรงพลัง
ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ เคมีขั้วตรงข้ามและการก้าวผ่านวัย (Classic Buddy-Cop Dynamic & Coming-of-Age Theme) การปะทะคารมระหว่างความสดใสไร้เดียงสาของโจนาธานกับความดุดันปากร้ายของเดเมียน สร้างทั้งเสียงหัวเราะและมิติความผูกพันที่น่าประทับใจ หนังสะท้อนถึงแรงกดดันของการต้องเติบโตใต้ร่มเงาของบิดาผู้เป็นตำนาน และการค้นพบคุณค่าของตนเองในฐานะฮีโร่รุ่นใหม่
ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม
- เคมีคู่หู Super Sons ที่ถอดแบบจากคอมิกได้อย่างสมบูรณ์แบบ: การรับส่งบทสนทนาสุดกวนของ Jonathan Kent และ Damian Wayne
- ฉากเผชิญหน้าระหว่างรุ่นลูกกับรุ่นพ่อ: การต่อสู้สุดดรามาเมื่อเด็กๆ ต้องหันมารับมือกับพ่อแท้ๆ ที่ถูกเอเลี่ยนควบคุมจิตใจ
- ความสยองขวัญระดับไซไฟจาก Starro: การถ่ายทอดบรรยากาศเอเลี่ยนยึดร่างที่ระทึกขวัญและน่ากลัวเกินคาด
- ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว DC Animation, Superhero Action, Buddy Comedy และ Comic Book Adaptation: แอนิเมชันที่กระชับ สนุกครบรส ดูเพลินทั้งแฟนคอมิกตัวจริงและคอหนังทั่วไป