Army of Darkness (1992) – อภินิหารกองพันซี่โครง แขนเลื่อยยนต์ ปืนบูมสติ๊ก คัมภีร์เนโครโนมิคอน สู่ภาพยนตร์แอ็กชัน-คอเมดี้แฟนตาซีคัลต์คลาสสิกปิดไตรภาคผีอมตะของ แซม ไรมี และ บรูซ แคมป์เบลล์
ในฐานะภาพยนตร์ภาคต่อลำดับที่ 3 ของแฟรนไชส์สยองขวัญระดับตำนาน The Evil Dead Army of Darkness (1992) หรือในชื่อไทย อภินิหารกองพันซี่โครง ผลงานการกำกับของ แซม ไรมี (Sam Raimi ผู้กำกับไตรภาค Spider-Man) คือการพลิกโฉมจากแนวทางกระท่อมร้างสยองขวัญเลือดสาด (Splatter Horror) สู่มหากาพย์แอ็กชันผจญภัยแฟนตาซีอัศวินยุคกลางผสมผสานความตลกเจ็บตัว หนังส่งให้ บรูซ แคมป์เบลล์ (Bruce Campbell) ในบทบาท “แอช วิลเลียมส์” กลายเป็นไอคอนแห่งวัฒนธรรมป๊อปและฮีโร่สายคัลต์ตลอดกาล ร่วมแสดงโดย เอ็มเบธ เดวิดต์ซ (Embeth Davidtz) และ มาร์คัส กิลเบิร์ต (Marcus Gilbert)
เรื่องย่อ: ประตูมิติย้อนเวลา อัศวินศตวรรษที่ 14 สู่สงครามกองทัพโครงกระดูกคืนชีพ
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นอย่างต่อเนื่องจากจุดจบของ Evil Dead II เมื่อ แอช วิลเลียมส์ (รับบทโดย บรูซ แคมป์เบลล์) พนักงานห้างสรรพสินค้าเอส-มาร์ต ถูกพอร์ทัลมิติดูดกลืนย้อนเวลากลับไปยังยุคกลางของประเทศอังกฤษ ช่วงปี ค.ศ. 1300 พร้อมกับรถยนต์คู่ใจ เลื่อยยนต์ และปืนลูกซองแฝด ในตอนแรก เขาถูก ลอร์ดอาร์เธอร์ (รับบทโดย มาร์คัส กิลเบิร์ต) ตราหน้าว่าเป็นสายลับของฝ่ายศัตรูและถูกจับโยนลงบ่อขังปีศาจ ทว่าแอชใช้เลื่อยยนต์ที่ติดไว้แทนมือข้างขวาและปืนลูกซองที่เขาขนานนามว่า “บูมสติ๊ก” (Boomstick) สังหารปีศาจเดดไทต์จนรอดชีวิตมาได้ ทำให้ผู้คนในยุคนั้นยกย่องเขาเป็นผู้กล้าตามคำพยากรณ์โบราณ
นักปราชญ์ประจำราชสำนักบอกแอชว่า ทางเดียวที่เขาจะสามารถเปิดประตูกลับสู่ยุคปัจจุบันได้ คือต้องออกเดินทางไปยังสุสานศักดิ์สิทธิ์เพื่อชิง “เนโครโนมิคอน” (Necronomicon Ex-Mortis) คัมภีร์มรณะกลับมา ทว่าด้วยนิสัยขี้เกียจและโอหัง แอชลืมคาถาปลดผนึกสามคำ “คลาทู เวราทา นิคโต” ในจังหวะที่หยิบคัมภีร์ ความผิดพลาดนั้นปลุกกองทัพคนตายและโครงกระดูกลุกขึ้นมาจากหลุมศพ นำโดย “อีวิลแอช” (Evil Ash) ร่างโคลนปีศาจของตัวเขาเอง
เมื่อกองทัพผีโครงกระดูกยกพลมาล้อมปราสาทเพื่อชิงคัมภีร์ แอชจึงต้องก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทัพมนุษย์ เขาถ่ายทอดความรู้วิทยาศาสตร์ยุคโมเดิร์น ทั้งการผลิตดินปืน การดัดแปลงรถยนต์เป็นรถศึกจักรกลสังหาร และการนำชาวบ้านจับดาบสู้ศึก การปะทะครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างปืนลูกซองกับดาบอัศวินจึงระเบิดขึ้นอย่างบ้าระห่ำเพื่อชี้ชะตาแผ่นดิน
สุนทรียะแห่งสเปเชียลเอฟเฟกต์สต็อปโมชัน มุกตลกสแลปสติก และความยโสสุดฮาของ แอช วิลเลียมส์
Army of Darkness (1992) โดดเด่นด้วยการผสมผสานเทคนิคสต็อปโมชัน (Stop-Motion Animation) และหุ่นกลแอนิเมทรอนิกส์ เพื่อคารวะผลงานระดับตำนานของ เรย์ แฮร์รีเฮาเซน (Ray Harryhausen จาก Jason and the Argonauts) กองทัพโครงกระดูกที่เคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตชีวา ทั้งการพูดจาประชดประชันและการต่อสู้สุดเพี้ยน มอบความบันเทิงที่แปลกใหม่และเปี่ยมมนต์ขลัง
ความยอดเยี่ยมสูงสุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การแสดงของ บรูซ แคมป์เบลล์ ที่สวมบทบาทฮีโร่สุดหลงตัวเองได้อย่างมีเสน่ห์ สีหน้า ท่าทาง และการเล่นมุกตลกเจ็บตัวสไตล์ The Three Stooges ผสานกับประโยคจำระดับไอคอนิกอย่าง “Groovy”, “Hail to the king, baby” และ “This is my boomstick!” ดนตรีประกอบโดย โจ โลดูคา (Joe LoDuca) พร้อมธีม “March of the Dead” โดย แดนนี เอลฟ์แมน (Danny Elfman) ช่วยขับเน้นความยิ่งใหญ่ของสงครามแฟนตาซีได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ทำไมถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?
- การสถาปนาฮีโร่สายคัลต์ตลอดกาล: บทบาท “แอช วิลเลียมส์” โดย บรูซ แคมป์เบลล์ ที่เท่ กวน และฮาที่สุดในโลกภาพยนตร์
- ฉากกองทัพโครงกระดูกสต็อปโมชันระดับตำนาน: งานเทคนิคพิเศษแฮนด์เมดยุคก่อนซีจีที่ยังคงความคลาสสิกและมีเสน่ห์
- การฉีกแนวทางแฟรนไชส์สุดขั้ว: จากหนังสยองขวัญในกระท่อม สู่สงครามแฟนตาซีย้อนยุคสเกลยักษ์ที่ดูสนุกทุกเพศทุกวัย
- คลังประโยคทองระดับวัฒนธรรมป๊อป: ประโยคเด็ดติดปากที่ถูกนำไปอ้างอิงในวิดีโอเกมและภาพยนตร์ยุคหลังมากมาย
- ผลงานขึ้นหิ้งสำหรับคอหนัง Cult Classic, Action, Comedy, Fantasy, Horror Comedy: ภาพยนตร์เบาสมองระดับมาสเตอร์พีซที่มอบความบันเทิงแบบไร้ขีดจำกัด