37 Seconds (2019) – 37 วินาที วีลแชร์ มังงะผู้ใหญ่ ปลดแอกแรงปรารถนา สู่ภาพยนตร์ดราม่า-ก้าวพ้นวัยระดับหัวใจสลายและเปี่ยมพลังของ ฮิคาริ และ คายะ สึคาโมโตะ
ในฐานะภาพยนตร์แนวดราม่าก้าวพ้นวัยและสำรวจอัตลักษณ์มนุษย์ระดับมาสเตอร์พีซ (Coming-of-Age Identity Drama Masterpiece) สัญชาติญี่ปุ่น 37 Seconds (2019) หรือในชื่อไทย 37 วินาที ผลงานการเขียนบทและกำกับภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของ ฮิคาริ (HIKARI ผู้กำกับหญิงดาวรุ่งที่ต่อมาได้กำกับซีรีส์ระดับโลกอย่าง Beef) คือภาพยนตร์อิสระที่คว้ารางวัลขวัญใจมหาชน (Panorama Audience Award) และรางวัล CICAE Art Cinema Award จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน หนังฉายภาพชีวิตของหญิงสาวผู้มีภาวะสมองพิการ (Cerebral Palsy) ที่ไม่ยอมจำนนต่อกรอบของสังคม เธอเลือกที่จะออกเดินทางค้นหาเสรีภาพ อัตลักษณ์ทางเพศ และความหมายของชีวิตผ่านโลกแห่งลายเส้นการ์ตูน นำแสดงโดย คายะ สึคาโมโตะ (Mei Kayama), มิซูซุ คันโนะ (Misuzu Kanno) และ โชโกะ นาริตะ (Shunsuke Daito)
เรื่องย่อ: 37 วินาทีขาดอากาศหายใจ เงาของนักวาดการ์ตูน สู่การค้นพบเรือนร่างและเสรีภาพ
ชื่อภาพยนตร์มีที่มาจากช่วงเวลา 37 วินาทีหลังคลอด ที่ ยูมะ ทากาดะ (รับบทโดย เมอิ คายามะ) ขาดออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงสมอง ส่งผลให้เธอต้องมีภาวะสมองพิการและใช้ชีวิตบนเก้าอี้รถเข็นมาโดยตลอด ยูมะในวัย 23 ปี อาศัยอยู่กับแม่ผู้ปกป้องและดูแลเธอประคบประหงมจนแทบกลายเป็นการควบคุมและลิดรอนอิสรภาพ ยูมะมีพรสวรรค์ด้านการวาดภาพระดับยอดเยี่ยม เธอทำงานเป็นนักวาดการ์ตูนเงา (Ghost Artist) ให้อดีตเพื่อนร่วมชั้นที่เป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง โดยที่เธอไม่เคยได้รับเครดิตหรือค่าตอบแทนที่เป็นธรรม
ด้วยความต้องการที่จะพิสูจน์ตัวเองและหลุดพ้นจากการเป็นแค่เงา ยูมะจึงตัดสินใจนำผลงานมังงะของตนเองไปเสนอกับสำนักพิมพ์การ์ตูนสำหรับผู้ใหญ่ (Hentai Manga) ทว่าบรรณาธิการกลับปฏิเสธผลงานของเธอด้วยเหตุผลตรงไปตรงมาว่า ลายเส้นและเทคนิคการวาดของเธอยอดเยี่ยม แต่ภาพที่สื่อถึงเรื่องเพศยังขาด “จิตวิญญาณแห่งประสบการณ์จริง” บรรณาธิการจึงแนะนำให้เธอออกไปสัมผัสโลก แสวงหาความรัก และค้นพบเรื่องเซ็กซ์ด้วยตนเองก่อนที่จะกลับมาวาดใหม่
คำแนะนำนั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ผลักดันให้ยูมะกล้าก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซน เธอออกเดินทางท่องราตรีในโตเกียว เข้าสู่ย่านสถานบันเทิง ค้นหาผู้ให้บริการทางเพศ และได้พบกับมิตรภาพจากเพื่อนใหม่ที่มองเห็นเธอในฐานะผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่คนพิการ การเดินทางสำรวจความปรารถนาในร่างกายนำพาเธอไปสู่การปลดแอกความสัมพันธ์อันน่าอึดอัดกับแม่ และพาเธอข้ามน้ำข้ามทะเลไปสู่การค้นหาความลับของครอบครัวที่ซ่อนเร้นอยู่ในประเทศไทย
สุนทรียะแห่งความอบอุ่น การมองข้ามความสงสาร และการแสดงที่ซื่อตรงของ เมอิ คายามะ
37 Seconds (2019) โดดเด่นด้วยโทนการเล่าเรื่องที่เปี่ยมไปด้วยพลังบวกและความมีชีวิตชีวา ผู้กำกับ ฮิคาริ เลือกที่จะปฏิเสธการนำเสนอชีวิตคนพิการในรูปแบบของ “ภาพยนตร์เรียกน้ำตา” หรือ “ละครสอนใจที่น่าเวทนา” แต่นำเสนอในมุมมองสัจนิยมที่อบอุ่น งานกำกับภาพใช้มุมกล้องในระดับสายตาของคนนั่งวีลแชร์ (Eye-level framing) ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสทั้งอุปสรรคทางกายภาพและมุมมองต่อโลกในแบบเดียวกับตัวละคร
ความยอดเยี่ยมสูงสุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การคัดเลือก เมอิ คายามะ หญิงสาวที่มีภาวะสมองพิการจริงในชีวิตประจำวันและไม่เคยผ่านงานแสดงมาก่อนมารับบทนำ เสน่ห์ รอยยิ้ม และความจริงใจในการแสดงของเธอถ่ายทอดความขัดแย้ง ความเขินอาย และความกล้าหาญออกมาได้อย่างไร้การประดิษฐ์ หนังกล้าแตะต้องประเด็นความต้องการทางเพศของคนพิการ (Disability & Sexuality) ซึ่งเป็นเรื่องต้องห้ามในสังคมอนุรักษนิยมได้อย่างมีชั้นเชิง นุ่มนวล และเคารพในความเป็นมนุษย์อย่างลึกซึ้ง
ทำไมถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?
- การแสดงอันเปล่งประกายของ เมอิ คายามะ: ผู้มีภาวะสมองพิการจริงที่ถ่ายทอดบทสาวยูมะได้อย่างมีเสน่ห์ ซื่อตรง และสะกดใจ
- การกวาดรางวัลสองสาขาใหญ่จากเทศกาลเบอร์ลิน: ผลงานกำกับชิ้นแรกของ ฮิคาริ ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
- การกะเทาะประเด็นเรื่องเพศของคนพิการอย่างกล้าหาญ: นำเสนอสิทธิและความปรารถนาตามธรรมชาติของมนุษย์อย่างมีศักดิ์ศรี
- การก้าวข้ามปมความสัมพันธ์แม่ลูก (Overprotective Parents): การเรียนรู้ที่จะปล่อยมือและเคารพการเติบโตของบุตรหลาน
- ผลงานขึ้นหิ้งสำหรับคอหนัง Coming-of-Age, Drama, Indie, Japanese Cinema, Family: ภาพยนตร์ฟีลกู้ดที่สร้างแรงบันดาลใจ ทรงพลัง และจะทำให้คุณมองเห็นคนรอบข้างด้วยหัวใจที่เปิดกว้างขึ้น