Shin Godzilla (2016) – ก็อดซิลล่า คลื่นยักษ์กัมมันตรังสี สู่การวิพากษ์ระบบราชการญี่ปุ่นและมหากาพย์ไคจูระดับปรากฏการณ์ของ ฮิเดอากิ อันโนะ
ในฐานะภาพยนตร์สัตว์ประหลาดไคจูระดับขึ้นหิ้งที่กวาด 7 รางวัลยอดเยี่ยมจากเวที Japan Academy Film Prize รวมถึงภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยม Shin Godzilla (2016) ผลงานการกำกับและเขียนบทโดย ฮิเดอากิ อันโนะ (Hideaki Anno ผู้สร้างอนิเมะระดับตำนาน Neon Genesis Evangelion) ร่วมกำกับสเปเชียลเอฟเฟกต์โดย ชินจิ ฮิกุจิ (Shinji Higuchi) คือการรีบูตแฟรนไชส์ราชันแห่งสัตว์ประหลาดของค่าย Toho ที่ทรงพลังที่สุดในยุคโมเดิร์น หนังนำเสนอ ก็อดซิลล่า ในฐานะภัยพิบัติทางธรรมชาติเดินได้ ผสานเข้ากับการเสียดสีระบบราชการที่เชื่องช้าของญี่ปุ่น นำแสดงโดย ฮิโรกิ ฮาเซกาวะ (Hiroki Hasegawa), ยูทากะ ทาเคโนะอุจิ (Yutaka Takenouchi) และ ซาโตมิ อิชิฮาระ (Satomi Ishihara)
เรื่องย่อ: ร่างวิวัฒนาการใต้ท้องทะเล สู่แผนปฏิบัติการยาชิโอริกู้วิกฤตโตเกียว
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นอย่างกะทันหันเมื่อเกิดเหตุไอน้ำพวยพุ่งและน้ำทะเลเดือดพล่านบริเวณอ่าวโตเกียว ส่งผลให้อุโมงค์ทางด่วนข้ามอ่าวโตเกียวพังถล่ม ในห้องประชุมคณะรัฐบาล รัฐมนตรีต่างถกเถียงกันอย่างล่าช้าและปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ต้นเหตุจะเกิดจากสิ่งมีชีวิต ทว่าเพียงไม่นาน สิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์หน้าตาประหลาดคล้ายปลาไหลไม่มีแขน (ร่างที่ 2 หรือ “คามาตะคุง”) ได้คลานขึ้นฝั่งที่คามาตะและเริ่มวิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาล ก่อนจะกลายร่างเป็นร่างที่ 3 แล้วล่าถอยกลับลงสู่ทะเล
เรียวตะ ยางุจิ (Ryocta Yaguchi รับบทโดย ฮิโรกิ ฮาเซกาวะ) รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีหนุ่ม ได้รับมอบหมายให้ตั้งหน่วยเฉพาะกิจฉุกเฉิน ซึ่งรวบรวมเหล่าข้าราชการหัวขบถ นักวิชาการนอกคอก และผู้เชี่ยวชาญรุ่นใหม่ที่ไม่อิงระบบอาวุโส เพื่อศึกษาหาวิธีหยุดยั้งมัน ในไม่ช้า สัตว์ประหลาดตัวเดิมก็หวนกลับขึ้นฝั่งอีกครั้งในร่างที่ 4 ขนาดยักษ์สูงถึง 118.5 เมตร พร้อมความสามารถในการสะสมพลังงานนิวเคลียร์ในร่างกาย
เมื่อกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น (JSDF) และกองทัพสหรัฐฯ ล้มเหลวในการหยุดยั้ง ก็อดซิลล่าได้ปลดปล่อยลำแสงปรมาณูสีม่วงเข้ม (Atomic Breath) เผาผลาญกรุงโตเกียวจนกลายเป็นทะเลเพลิงในชั่วข้ามคืน รวมถึงคร่าชีวิตคณะรัฐมนตรีระดับสูงเกือบทั้งหมด สหรัฐอเมริกาและสหประชาชาติจึงเตรียมใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด นั่นคือการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ใส่โตเกียว ยางุจิและทีมงานจึงต้องเร่งมือแข่งกับเวลาดำเนิน “แผนปฏิบัติการยาชิโอริ” (Operation Yashiori) เพื่อฉีดสารเคมีระงับการแข็งตัวของเลือดเข้าสู่ร่างกายของก็อดซิลล่าเพื่อแช่แข็งมันก่อนที่เส้นตายระเบิดนิวเคลียร์จะมาถึง
สุนทรียะแห่งความสมจริง การประชุมข้าราชการ และลำแสงล้างผลาญโตเกียว
Shin Godzilla (2016) โดดเด่นด้วยจังหวะการเล่าเรื่องที่ตัดสลับอย่างฉับไว หนังใช้บทสนทนาอันหนาแน่น ตัวหนังสือแนะนำชื่อตำแหน่งข้าราชการและสถานที่ที่ขึ้นเต็มหน้าจอ เพื่อสะท้อนถึงขั้นตอนอันยุ่งยากของระบบราชการญี่ปุ่น (Bureaucracy) ที่ติดหล่มกฎหมายจนไม่สามารถรับมือกับวิกฤตการณ์ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งเป็นการสะท้อนภาพเหตุการณ์แผ่นดินไหว สึนามิ และวิกฤตนิวเคลียร์ฟุกุชิมะในปี 2011 อย่างตรงไปตรงมา
ความยอดเยี่ยมสูงสุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การดีไซน์ก็อดซิลล่าให้เป็นสิ่งมีชีวิตที่วิวัฒนาการตัวเองได้ตลอดเวลาและน่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง ฉากการพ่นลำแสง Atomic Breath ยามค่ำคืนที่ขับเน้นด้วยเพลง “Who Will Know” ของ ชิโระ ซางิสุ (Shiro Sagisu) ผสานซาวด์แทร็กคลาสสิกของ อากิระ อิฟุคุเบะ (Akira Ifukube) กลายเป็นหนึ่งในฉากทำลายล้างที่สวยงาม หลอนประสาท และสะเทือนอารมณ์ที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไคจู
ทำไมถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?
- ผลงานการกำกับของ ฮิเดอากิ อันโนะ (Evangelion): ลายเซ็นมุมกล้อง งานตัดต่อ และดนตรีประกอบที่ดึงอารมณ์กดดันออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
- ฉาก Atomic Breath เผากรุงโตเกียวสุดไอคอนิก: ซีนปล่อยลำแสงทำลายล้างที่ยิ่งใหญ่ น่าสะพรึง และตราตรึงใจคอหนังทั่วโลก
- การจิกกัดระบบราชการและการเมืองระหว่างประเทศ: การชำแหละขั้นตอนเอกสาร ความล่าช้าในการตัดสินใจ และแรงกดดันจากชาติมหาอำนาจ
- ร่างวิวัฒนาการที่แปลกใหม่ของก็อดซิลล่า: การเปลี่ยนผ่านร่างตั้งแต่สัตว์เลื้อยคลานตาโต สู่มหาอสูรกายลำแสงนิวเคลียร์ไร้เทียมทาน
- ผลงานขึ้นหิ้งสำหรับคอหนัง Kaiju, Sci-Fi, Disaster, Political Drama, Japanese Cinema: ภาพยนตร์ก็อดซิลล่าสัญชาติญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จสูงสุดทั้งด้านรายได้และคำวิจารณ์