เนื้อเรื่องย่อ

September 5 (2024) – วิกฤตถ่ายทอดสดตัวประกันมิวนิก 1972 สู่ภาพยนตร์ระทึกขวัญห้องควบคุมข่าวที่ชำแหละจรรยาบรรณสื่อระดับมาสเตอร์พีซ

ในฐานะภาพยนตร์แนวดราม่า-ระทึกขวัญอิงประวัติศาสตร์เชิงวารสารศาสตร์ชั้นยอด (Historical Journalism Thriller Masterpiece) ที่เปิดตัวในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส September 5 (2024) ผลงานการกำกับและร่วมเขียนบทของ ทิม เฟห์ลบาวม์ (Tim Fehlbaum) คือภาพยนตร์ชิ้นเอกที่พาผู้ชมย้อนรอยโศกนาฏกรรมการสังหารหมู่นักกีฬาอิสราเอลในโอลิมปิกมิวนิก ปี 1972 แต่ฉีกมุมมองด้วยการโฟกัสไปที่ “ห้องควบคุมการออกอากาศสด” (Broadcast Control Room) ของสถานีโทรทัศน์ ABC Sports หนังระดมทีมนักแสดงแถวหน้าอย่าง ปีเตอร์ ซาร์สการ์ด (Peter Sarsgaard), จอห์น มากาโร (John Magaro), เบน แชปลิน (Ben Chaplin) และ เลโอนี เบเนช (Leonie Benesch) มาร่วมถ่ายทอดชั่วโมงวิกฤตที่ทีมข่าวกีฬาต้องปรับตัวสู่การรายงานเหตุก่อการร้ายสดครั้งแรกในประวัติศาสตร์โทรทัศน์

เรื่องย่อ: จากมหกรรมกีฬาสู่การถ่ายทอดสดก่อการร้ายครั้งแรกของโลก

เรื่องราวเกิดขึ้นในวันที่ 5 กันยายน ค.ศ. 1972 ณ มหานครมิวนิก ประเทศเยอรมนีตะวันตก ระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ทีมงานสถานีโทรทัศน์ ABC Sports ของสหรัฐอเมริกา นำโดย รูน อาร์เลดจ์ (Roone Arledge รับบทโดย ปีเตอร์ ซาร์สการ์ด) ผู้บริหารระดับตำนาน และ จอฟฟ์ เมสัน (Geoff Mason รับบทโดย จอห์น มากาโร) โปรดิวเซอร์หนุ่มไฟแรง กำลังเตรียมพร้อมถ่ายทอดการแข่งขันตามปกติ

ทว่าก่อนรุ่งสาง สมาชิกกลุ่มก่อการร้ายชาวปาเลสไตน์ “กันยายนทมิฬ” (Black September) ได้บุกเข้าไปยังหมู่บ้านนักกีฬา กราดยิงและจับตัวนักกีฬาและโค้ชทีมชาติต่างแดนชาวอิสราเอลเป็นตัวประกัน เนื่องจากทีมงาน ABC Sports ตั้งสตูดิโออยู่ใกล้จุดเกิดเหตุและมีอุปกรณ์ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมที่พร้อมที่สุดในเวลานั้น พวกเขาจึงต้องเปลี่ยนบทบาทจากการรายงานข่าวกีฬาอย่างกะทันหัน มาเป็นการรายงานสดสถานการณ์ตัวประกันที่เดิมพันด้วยชีวิต

จอฟฟ์ ได้รับหน้าที่กุมบังเหียนห้องควบคุม โดยมี มารีแอนน์ (Marianne Gebhardt รับบทโดย เลโอนี เบเนช) ล่ามสาวชาวเยอรมันคอยช่วยดักฟังสัญญาณวิทยุและสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ท่ามกลางข่าวลือที่สับสน ข้อมูลเท็จ และการตัดสินใจที่บีบคั้น ทีมงานต้องเผชิญกับคำถามทางจริยธรรมครั้งใหญ่: การซูมกล้องจับภาพผู้ก่อการร้ายสวมหมวกไหมพรมบนระเบียง หรือการถ่ายทอดภาพการเคลื่อนกำลังของตำรวจเยอรมัน จะกลายเป็นการช่วยผู้ก่อการร้ายวางแผนหรือไม่? เมื่อสถานการณ์ยืดเยื้อไปจนถึงการปะทะนองเลือดที่สนามบินเฟิร์สเทนเฟลด์บรุค ทุกวินาทีในห้องควบคุมจึงเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่เปลี่ยนโฉมหน้าสื่อสารมวลชนโลกไปตลอดกาล

สุนทรียะแห่งพื้นที่ปิด จังหวะตัดต่อกระชากอารมณ์ และการตั้งคำถามต่อสื่อ

September 5 (2024) โดดเด่นด้วยการใช้ประโยชน์จากพื้นที่จำกัด (Claustrophobic Chamber Piece) โดยแทบจะตรึงกล้องไว้ภายในห้องควบคุมที่เต็มไปด้วยจอโทรทัศน์แบบแอนะล็อก ม้วนเทปแม่เหล็ก และสายเคเบิลระโยงระยาง ผู้กำกับ ทิม เฟห์ลบาวม์ คุมจังหวะการตัดต่อของ ฮันส์ยอร์ก ไวสส์บริช (Hansjörg Weißbrich) ได้อย่างแม่นยำและฉับไว สร้างความรู้สึกตื่นตระหนกเสมือนผู้ชมกำลังนั่งอยู่ในห้องสวิตเชอร์จริง

ความยอดเยี่ยมสูงสุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การวิพากษ์จริยธรรมสื่ออย่างตรงไปตรงมา หนังไม่เพียงแค่เล่าประวัติศาสตร์ แต่ชี้ให้เห็นว่าในวันที่สื่อเริ่มรู้ตัวว่าตนเองมี “พลังในการชี้นำโลก” เส้นแบ่งระหว่างการรายงานข้อเท็จจริงกับความกระหายเรตติ้งเริ่มพร่าเลือน การแสดงของ จอห์น มากาโร และ ปีเตอร์ ซาร์สการ์ด แบกรับความกดดันและถ่ายทอดความขัดแย้งทางศีลธรรมได้อย่างทรงพลัง ทำให้หนังกลายเป็นบทเรียนประวัติศาสตร์สื่อที่ร่วมสมัยและน่าสะพรึงกลัว

ทำไมถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?

  • มุมมองใหม่ต่อโศกนาฏกรรมมิวนิก 1972: การเล่าเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ผ่านเบื้องหลังห้องส่งโทรทัศน์แทนที่จะเป็นสนามรบ
  • ความระทึกขวัญระดับหยุดหายใจในพื้นที่จำกัด: บรรยากาศห้องควบคุมข่าวที่บีบคั้นกดดันไม่ต่างจากภาพยนตร์แนวชิงไหวชิงพริบ
  • การแสดงอันยอดเยี่ยมของ จอห์น มากาโร และ ปีเตอร์ ซาร์สการ์ด: การปะทะบทบาทของสองโปรดิวเซอร์ที่ต้องตัดสินใจบนเส้นตายความเป็นความตาย
  • การตั้งคำถามอันเฉียบคมต่อบทบาทของสื่อมวลชน: จุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์ “Breaking News” ตลอด 24 ชั่วโมงที่ส่งผลต่อสังคมยุคปัจจุบัน
  • ผลงานขึ้นหิ้งสำหรับคอหนัง Thriller, Drama, History, Journalism, 70s Period: ภาพยนตร์น้ำดีที่ทั้งเข้มข้น สมจริง และได้รับการยกย่องจากเทศกาลภาพยนตร์ระดับนานาชาติ

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ

ประเภทหนัง