แหยม ยโสธร 3 (Yam Yasothorn 3 – 2013) – ปิดไตรภาคความฮาสีสันจัดจ้าน ศึกรุ่นลูกปะทะรุ่นพ่อ สู่มหากาพย์ตลกเพลงลูกทุ่งอีสานระดับตำนานของ หม่ำ จ๊กมก
ในฐานะภาพยนตร์คอมเมดี้-มิวสิคัลพื้นบ้านอีสานฟอร์มยักษ์ที่เป็นบทสรุปไตรภาคของแฟรนไชส์หนังไทยที่ประสบความสำเร็จสูงสุดเรื่องหนึ่ง แหยม ยโสธร 3 (2013) ผลงานการกำกับ เขียนบท และนำแสดงโดย เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา (หม่ำ จ๊กมก) ภายใต้ชายคาสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล คือภาพยนตร์คอมเมดี้ชิ้นเอกที่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ความจัดจ้านของคอสตูมแฟชั่นยุค 70s เพลงลูกทุ่งสำเนียงอีสานที่ไพเราะจับใจ และมุกตลกพื้นถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ ภาคนี้ยกระดับความอลเวงด้วยการส่งไม้ต่อให้เรื่องราวความรักของคนรุ่นลูก พร้อมการเปิดศึกชิงนางระหว่างสองตระกูลอริเก่าที่ต้องมาเกี่ยวพันกันทางสายเลือด
เรื่องย่อ: วันเวลาผ่านไปรุ่นลูกเติบใหญ่ สู่วิบากกรรมรักต้องห้ามสองตระกูล
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อกาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายปี กำนันแหยม (รับบทโดย หม่ำ จ๊กมก) และ เจ้ย (รับบทโดย เจเน็ต เขียว) ได้ใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุขจนมีลูกด้วยกันหลายคน โดยลูกชายคนโตคือ คฑาเทพ (รับบทโดย บิ๊กเอ็ม ลิขิต บุตรพรม / กฤตฤทธิ์ บุตรพรม) หนุ่มหล่อมาดเท่ที่สำเร็จการศึกษาด้านกฎหมายจากกรุงเทพฯ และเดินทางกลับมาช่วยเหลืองานบ้านเกิด
ขณะเดินทางกลับ คฑาเทพได้พบรักแรกพบกับ รำพัน (รับบทโดย ฟ้า อิงฟ้า เกตุคำ) หญิงสาวสวยผู้สง่างามและมีจิตใจดี ทั้งสองตกหลุมรักกันทันทีโดยไม่รู้เลยว่าต่างฝ่ายต่างเป็นใคร ทว่าเมื่อความจริงเปิดเผย กำนันแหยมแทบลมจับเมื่อรู้ว่า รำพัน คือลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของ กำนันปอย (รับบทโดย เทพ โพธิ์งาม) อดีตเพื่อนรักที่กลายมาเป็นศัตรูคู่อาฆาตตัวฉกาจผู้คอยแข่งขันแย่งชิงหน้าตากับกำนันแหยมมาโดยตลอด
กำนันปอยเมื่อรู้เรื่องก็เดือดดาลไม่แพ้กัน จึงกีดกันทุกวิถีทางและจับรำพันหมั้นหมายกับ เสือคุณ ชายหนุ่มฐานะร่ำรวย เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม ความวุ่นวาวยิ่งทวีคูณเมื่อ คำผาน (รับบทโดย ดิม แทททูคัลเลอร์ – หรินทร์ สุธรรมจรัส) น้องชายแท้ๆ ของเจ้ย ดันไปตกหลุมรัก รำเพย (รับบทโดย รัตติยาภรณ์ ภักดีล้น) ลูกสาวคนเล็กของกำนันปอยเข้าให้อีกคน ศึกรักข้ามรุ่นและศึกศักดิ์ศรีระหว่างสองผู้นำชุมชนจึงปะทุขึ้น นำไปสู่แผนการชิงตัวคนรัก การประลองลูกคอ และบทพิสูจน์หัวใจสุดฮาระดับลั่นทุ่งยโสธร
อัตลักษณ์สีสันจัดจ้าน มนต์สะกดลูกทุ่งอีสาน และเคมีสายฮารุ่นเก๋า
แหยม ยโสธร 3 (2013) โดดเด่นด้วยการสานต่อเอกลักษณ์ด้านงานสร้างภาพยนตร์สไตล์เรโทร-อีสาน (Isan Retro Aesthetics) การออกแบบเสื้อผ้า กางเกงขาม้าลายตาราง และคู่สีสดตัดกันแบบฉูดฉาด (Vibrant Color Palette) ยังคงทำหน้าที่สร้างบรรยากาศสดใส สนุกสนาน และเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ ดนตรีประกอบและฉากร้องเพลงลูกทุ่งเต้นรำกลางทุ่งนาถูกเรียบเรียงอย่างประณีต ช่วยดึงอารมณ์ความสุขและความครื้นเครงตามขนบหนังเพลงไทยยุคมิตร-เพชราได้อย่างยอดเยี่ยม
ความยอดเยี่ยมสูงสุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การโคจรมาปะทะคารมกันของสองเสาหลักวงการตลกไทย หม่ำ จ๊กมก และ ป๋าเทพ โพธิ์งาม การรับส่งมุกตลกสด การเล่นคำภาษาอีสาน และจังหวะกวนประสาทระหว่างตัวละครกำนันแหยมกับกำนันปอย ทำให้คนดูหัวเราะได้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเปิดตัวพระ-นางรุ่นใหม่อย่าง บิ๊กเอ็ม และ ฟ้า อิงฟ้า ที่ถ่ายทอดเสน่ห์หนุ่มสาวบ้านนาได้อย่างน่าเอ็นดู ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำหน้าที่เป็นบทส่งท้ายแฟรนไชส์ที่มอบทั้งรอยยิ้ม ความอบอุ่น และความบันเทิงแก่ครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์
ทำไมถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?
- การปะทะฝีมือของตำนานตลกไทย หม่ำ จ๊กมก ปะทะ ป๋าเทพ โพธิ์งาม: ศึกศักดิ์ศรีสองกำนันที่เต็มไปด้วยมุกสดและคารมสุดฮา
- มนต์เสน่ห์แฟชั่นย้อนยุคและสีสันสะดุดตา: เอกลักษณ์คอสตูมลายตารางและคู่สีจัดจ้านที่เป็นภาพจำของจักรวาลแหยม
- ฉากมิวสิคัลเพลงลูกทุ่งอีสานสุดคลาสสิก: ท่วงทำนองเพลงรักบ้านนาที่ไพเราะ ผสมผสานท่าเต้นสุดทะเล้น
- การแจ้งเกิดบนจอเงินของ บิ๊กเอ็ม ลิขิต บุตรพรม: บทบาทพระเอกหนุ่มบ้านนามาดเท่ที่กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นสู่การเป็นพระเอกแถวหน้า
- ผลงานขึ้นหิ้งสำหรับคอหนัง Comedy, Musical, Romance, Thai Cinema: ภาพยนตร์ตลกไทยที่สร้างความสุขให้ผู้ชมทุกเพศทุกวัยและเป็นหมุดหมายสำคัญของหนังตลกอีสาน