Rampant (2018) นครนรกซอมบี้คลั่ง – มหากาพย์ซอมบี้โชซอน รัฐประหารชิงบัลลังก์ และการฟาดฟันดาบกู้ชาติของ ฮยอนบิน กับ จางดงกอน
ในฐานะภาพยนตร์แอ็กชันย้อนยุคซอมบี้ฟอร์มยักษ์ (Period Action Zombie Blockbuster) จากเกาหลีใต้ ผลงานการกำกับโดย คิม ซอง-ฮุน (Kim Sung-hoon ผู้กำกับ Confidential Assignment) สร้างโดยทีมผู้สร้างภาพยนตร์ปรากฏการณ์ซอมบี้ระดับโลกอย่าง Train to Busan Rampant (2018) นำแสดงโดยสองซูเปอร์สตาร์แถวหน้าของวงการ ฮยอนบิน (Hyun Bin) และ จางดงกอน (Jang Dong-gun) ร่วมด้วย โจ อู-จิน (Jo Woo-jin), ชอง มอน-ซิก (Jeong Man-sik) และ อี ซอน-บิน (Lee Sun-bin) คือผลงานที่ผสมผสานประวัติศาสตร์ราชวงศ์โชซอน การแย่งชิงอำนาจในราชสำนัก และภัยพิบัติผีดิบกระหายเลือด หรือ “ยักกวี” (Night Demons) เข้าด้วยกันอย่างดุเดือด ตื่นเต้น และทรงพลัง
เรื่องย่อ: โรคระบาดผีดิบราตรี แผนกบฏยึดราชบัลลังก์ และการกลับมาขององค์ชายนักดาบ
เรื่องราวเกิดขึ้นในยุคราชวงศ์โชซอน เมื่อ “องค์รัชทายาทอียอง” (รับบทโดย คิม แท-อู) ตัดสินใจปลิดชีพตัวเองเพื่อปกป้องประชาชนและพระราชบิดาจากข้อหากบฏ แต่ก่อนตายพระองค์ได้ส่งจดหมายลับไปยังราชวงศ์ชิงเพื่อเรียกตัวพระอนุชา “องค์ชายอีช็อง” (รับบทโดย ฮยอนบิน) ผู้เชี่ยวชาญเพลงดาบแต่รักความสุขสบายและไม่สนใจการเมือง ให้เดินทางกลับมาพาพระชายาที่กำลังตั้งครรภ์หลบหนีไปอยู่อย่างปลอดภัย
เมื่ออีช็องพร้อมด้วยข้ารับใช้คนสนิทเดินทางมาถึงแผ่นดินเกิด พวกเขากลับพบว่าหมู่บ้านตามแนวชายฝั่งกลายเป็นแดนรกร้าง ผู้คนถูกสัตว์ประหลาดคล้ายผีดิบที่เรียกว่า “ยักกวี” กัดกินและแพร่เชื้อ ยักกวีเหล่านี้จะกลัวแสงแดด ออกอาละวาดเฉพาะในเวลากลางคืน และมีแรงขับเคลื่อนเพื่อการกัดกินเนื้อมนุษย์เท่านั้น
ในขณะเดียวกัน ณ เมืองหลวง ฮันยาง “คิม จา-จุน” (รับบทโดย จางดงกอน) เสนาบดีฝ่ายกลาโหมผู้ทะเยอทะยาน ได้วางแผนโค่นล้มพระราชาผู้อ่อนแอ โดยการจงใจปล่อยให้เชื้อร้ายยักกวีแพร่กระจายเข้าไปในพระราชวังหลวง เพื่อสร้างความโกลาหลและใช้เป็นข้ออ้างในการกวาดล้างราชวงศ์เดิม สถาปนาตนเองขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งโชซอนยุคใหม่
เมื่อพระราชวังหลวงถูกปิดล้อมด้วยฝูงซอมบี้คลั่งนับพันชีวิตในค่ำคืนงานเลี้ยงต้อนรับทูต องค์ชายอีช็องต้องร่วมมือกับกลุ่มองครักษ์ผู้ภักดี นำโดย พัก อึล-รยอง (รับบทโดย โจ อู-จิน) และนักธนูสาว ด็อกฮี (รับบทโดย อี ซอน-บิน) จับดาบเข้าห้ำหั่นกับฝูงผีดิบราตรี พร้อมทั้งหยุดยั้งความทะเยอทะยานอันบ้าคลั่งของคิม จา-จุน ก่อนที่แผ่นดินโชซอนจะล่มสลายลงในคืนเดียว
จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม
Rampant (2018) โดดเด่นด้วย การออกแบบคิวบู๊เพลงดาบโบราณปะทะฝูงซอมบี้ (High-Octane Swordplay Choreography) แตกต่างจากหนังซอมบี้ตะวันตกที่เน้นการใช้อาวุธปืน หนังเรื่องนี้ใช้ความพลิ้วไหว ความแม่นยำ และความดุดันของวิชาดาบเกาหลีโบราณ ฮยอนบินโชว์ทักษะการต่อสู้ระยะประชิดด้วยดาบยาวอย่างคล่องแคล่ว ทั้งการฟัน ตัดคอ และหมุนตัวสู้กลางวงล้อมของผีดิบหลายร้อยตัวอย่างต่อเนื่อง โดยแทบไม่ใช้ตัวแสดงแทน
ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การปะทะบทบาทของ Hyun Bin และ Jang Dong-gun ในมิติการเมือง (Political Metaphor & Rivalry) หนังใช้ซอมบี้เป็นภาพสะท้อนของการคอร์รัปชันและความเน่าเฟะของผู้นำ เสนาบดีคิม จา-จุน ที่รับบทโดย จางดงกอน คือตัวแทนของความละโมบที่ไม่สนว่าประชาชนจะล้มตายมากเพียงใด ขอเพียงตนได้ครองอำนาจ การแสดงของจางดงกอนมีความเลือดเย็น เย่อหยิ่ง และน่าเกรงขาม ตัดกับตัวละครอีช็องของฮยอนบินที่ค่อยๆ เติบโตจากเจ้านายผู้เห็นแก่ตัว สู่การเป็นผู้นำที่ยอมเสียสละตนเองเพื่อปกป้องราษฎร
ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม
- ฉากการเปิดตัวฝูงยักกวีในหมู่บ้านเจมูลโพ: ซีนแอ็กชันกลางคืนที่สร้างความตื่นตระหนกและแสดงให้เห็นถึงความรวดเร็ว ดุร้ายของซอมบี้ยุคโชซอน
- งานเลี้ยงราชสำนักมรณะ (Royal Banquet Massacre): ฉากไคลแมกซ์กลางเรื่องที่เหล่าขุนนางและนางในถูกซอมบี้จู่โจมพร้อมกันในท้องพระโรงใหญ่ ถ่ายทอดความโกลาหลและความสยดสยองได้อย่างอลังการ
- การต่อสู้บนหลังคาพระที่นั่ง (Rooftop Sword Duel): การดวลดาบตัวต่อตัวระหว่าง องค์ชายอีช็อง กับ คิม จา-จุน ท่ามกลางทะเลเพลิงและฝูงซอมบี้เบื้องล่าง
- การใช้ “กลองศึกยักษ์” ล่อฝูงผีดิบ: ฉากการตัดสินใจเสียสละเพื่อตีกลองส่งเสียงเรียกซอมบี้ทั้งหมดให้มารวมตัวกันที่จุดเดียวเพื่อจุดไฟเผาทำลาย
- ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว K-Zombie, Historical Action Blockbuster, Joseon Lore และ Creature Feature: ภาพยนตร์แอ็กชันซอมบี้ฟอร์มยักษ์ที่มอบทั้งความบันเทิง เลือดสาด และฉากต่อสู้สุดมันระดับแถวหน้าของเอเชีย