เนื้อเรื่องย่อ

The Witch: Part 1. The Subversion (2018) แม่มดมือสังหาร – มนุษย์ดัดแปลงพันธุกรรม การพลิกโฉมจากเหยื่อสู่นักล่าเลือดเย็น และการแจ้งเกิดสุดบ้าคลั่งของ คิมดามี

ในฐานะภาพยนตร์แอ็กชัน-ไซไฟสืบสวนระทึกขวัญระดับปรากฏการณ์ของเกาหลีใต้ (Korean Sci-Fi Action Thriller) ผลงานการเขียนบทและกำกับโดย พัคฮุนจอง (Park Hoon-jung ผู้เขียนบท I Saw the Devil และผู้กำกับ New World) The Witch: Part 1. The Subversion (2018) (Manyeo) นำแสดงโดย คิมดามี (Kim Da-mi), ชเวอูชิก (Choi Woo-shik จาก Parasite), โจมินซู (Jo Min-soo) และ พัคฮีซุน (Park Hee-soon) คือภาพยนตร์ที่สร้างความฮือฮาด้วยโครงสร้างการเล่าเรื่องแบบตบตาคนดู การแสดงระดับกวาดรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแทบทุกสถาบันของคิมดามี และฉากแอ็กชันเหนือมนุษย์ที่ดุดัน รวดเร็ว และนองเลือดที่สุดเรื่องหนึ่งของเอเชีย

เรื่องย่อ: เด็กสาวความจำเสื่อม เวทีประกวดร้องเพลง และแผนล่อเสือออกจากถ้ำ

เรื่องราวเปิดฉากด้วยความโกลาหลในห้องทดลองลับทางพันธุกรรม เด็กหญิงวัย 8 ขวบคนหนึ่งหนีรอดจากการสังหารหมู่เด็กทดลองมาได้อย่างสะบักสะบอม เธอหมดสติอยู่หน้าฟาร์มแห่งหนึ่งในชนบท และได้รับการชุบเลี้ยงจากสองสามีภรรยาใจดีจนเติบโตขึ้นมาในชื่อ “คูจายุน” (รับบทโดย คิมดามี)

10 ปีต่อมา จายุนเติบโตเป็นนักเรียนมัธยมปลายธรรมดา ผู้มีผลการเรียนดีเด่น กตัญญู และคอยดูแลแม่ที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ ทว่าครอบครัวของเธอกำลังเผชิญวิกฤตการเงินอย่างหนัก จายุนจึงตัดสินใจเข้าร่วมประกวดร้องเพลงในรายการโทรทัศน์ระดับประเทศตามคำชักชวนของเพื่อนสนิท เพื่อหวังเงินรางวัลใหญ่ ในรายการเธอได้โชว์ “มายากล” เล็กๆ ด้วยการทำให้ไมโครโฟนลอยได้ ซึ่งแท้จริงแล้วคือพลังจิตเหนือมนุษย์

การปรากฏตัวบนจอแก้วกลายเป็นการส่งสัญญาณระบุพิกัดให้องค์กรลับล่วงรู้ ไม่นานหลังจากนั้น กลุ่มคนแปลกหน้าสุดอันตรายเริ่มปรากฏตัวขึ้นรอบตัวเธอ ทั้ง “ชายหนุ่มชนชั้นสูง” (รับบทโดย ชเวอูชิก) มนุษย์ทดลองรุ่นน้องที่มีทักษะการฆ่าเหี้ยมเกรียม, “มิสเตอร์ชเว” (รับบทโดย พัคฮีซุน) มือสังหารผู้เคยตามล่าเธอในอดีต และ “ดร.แพ็ก” (รับบทโดย โจมินซู) นักวิทยาศาสตร์หญิงผู้ให้กำเนิดโครงการแม่มด ทั้งหมดบุกเข้าควบคุมตัวจายุนและพาเธอกลับไปยังศูนย์วิจัยเพื่อฟื้นฟูความทรงจำ ทว่าสิ่งที่องค์กรเชื่อว่าเป็นการจับกุมเด็กสาวผู้สิ้นฤทธิ์ แท้จริงแล้วกลับเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสุดแยบยลที่จายุนวางหมากเอาไว้แต่แรก

จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม

The Witch: Part 1. The Subversion (2018) โดดเด่นด้วย การหักมุมเชิงจิตวิทยาที่สอดรับกับชื่อเรื่อง “The Subversion” (Genre & Character Subversion) ครึ่งแรกของหนังถูกปูพื้นให้เหมือนซีรีส์ดราม่าชีวิตวัยรุ่นชนบทที่อบอุ่นและชวนเห็นใจ เพื่อลวงให้ผู้ชมคิดว่าจายุนคือ “เหยื่อผู้อ่อนแอ” ก่อนที่องก์สุดท้ายจะพลิกกระดานอย่างสิ้นเชิง เผยให้เห็นรอยยิ้มเยือกเย็น แววตานักล่า และสติปัญญาระดับอัจฉริยะที่หลอกใช้ทุกคนเพื่อตามหายารักษาอาการสมองบวมของตนเอง

ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การออกแบบฉากแอ็กชันเหนือมนุษย์สไตล์อนิเมะที่สมจริงและดิบเถื่อน (High-Speed Superhuman Combat) พัคฮุนจองผสมผสานวิชาการต่อสู้ระยะประชิด (CQC) การเทเลพอร์ตความเร็วสูง และพลังจิตเทเลคิเนซิส ออกมาได้อย่างทรงพลัง การเคลื่อนกล้องมีความหวือหวา รวดเร็ว ปะทะหนักแน่น และไม่ประนีประนอมกับฉากเลือดสาด ทำให้การต่อสู้ระหว่างคิมดามีและชเวอูชิกในห้องแล็บกลายเป็นหนึ่งในฉากแอ็กชันขึ้นหิ้งของวงการหนังเกาหลี

ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม

  • การแสดงระดับมาสเตอร์คลาสของ คิมดามี: การคัดเลือกจากผู้สมัครกว่า 1,500 คน สู่การถ่ายทอดสองบุคลิกที่ต่างขั้ว ระหว่างเด็กสาวซื่อใสกับจักรกลสังหารไร้ความปรานี
  • เคมีการขับเคี่ยวระหว่าง คิมดามี และ ชเวอูชิก: การปะทะคารมและการดวลพลังความเร็วสูงที่ตึงเครียดและเปี่ยมด้วยคาริสมา
  • ฉากการสังหารหมู่ในบ้านพักชนบท: จุดเปลี่ยนแรกของเรื่องเมื่อจายุนปลดปล่อยสัญชาตญาณดิบออกมาจัดการมือสังหารด้วยความเร็วระดับมองไม่ทัน
  • การวางรากฐานจักรวาล “The Witch Universe”: ปมปริศนาขององค์กรลับข้ามชาติและพี่น้องร่วมสายเลือดที่ปูทางไปสู่ภาคต่อได้อย่างน่าติดตาม
  • ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว Superhuman Action, Sci-Fi Thriller, Genetic Experiment และ Korean Cult Cinema: ภาพยนตร์ที่เป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างพล็อตการทดลองมนุษย์สไตล์ฮอลลีวูดกับความดุดันเลือดเย็นแบบฉบับเกาหลีใต้

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ

ประเภทหนัง