เนื้อเรื่องย่อ

Stargate (1994) สตาร์เกท ทะลุคนทะลุจักรวาล – วงแหวนข้ามมิติ ปริศนาพีระมิดอียิปต์โบราณ และต้นกำเนิดแฟรนไชส์ไซไฟระดับตำนาน

ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไซไฟมหากาพย์ยุค 90s (90s Sci-Fi Epic) ทฤษฎีมนุษย์ต่างดาวโบราณ (Ancient Astronaut Theory) และผลงานแจ้งเกิดระดับโลกของผู้กำกับ โรลันด์ เอ็มเมอริช (Roland Emmerich จาก Independence Day) ร่วมกับผู้อำนวยการสร้างและมือเขียนบท ดีน เดฟลิน (Dean Devlin) Stargate (1994) นำแสดงโดย เคิร์ต รัสเซลล์ (Kurt Russell), เจมส์ สเปเดอร์ (James Spader) และ เจฮี (Jaye Davidson) คือภาพยนตร์ไซไฟแฟนตาซีขึ้นหิ้งที่สร้างปรากฏการณ์ถล่มบ็อกซ์ออฟฟิศ และกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ขยายตัวไปสู่จักรวาลซีรีส์ โทรทัศน์ และสื่อวิดีโอเกมอันยาวนานกว่าสามทศวรรษ

เรื่องย่อ: ถอดรหัสอักษรไฮโรกลิฟิก สู่สงครามปลดแอกทาสบนดาวเคราะห์ดวงอื่น

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจากการค้นพบทางโบราณคดีครั้งประวัติศาสตร์ในปี 1928 ณ กิซา ประเทศอียิปต์ เมื่อนักโบราณคดีขุดค้นพบ “วงแหวนหินขนาดมหึมา” ที่สลักสัญลักษณ์ลึกลับซึ่งไม่อาจถอดรหัสได้ จนกระทั่งหลายทศวรรษต่อมา ดร. แดเนียล แจ็กสัน (รับบทโดย เจมส์ สเปเดอร์) นักภาษาศาสตร์และนักโบราณคดีนอกคอก ผู้เชื่อว่าพีระมิดถูกสร้างขึ้นโดยสิ่งมีชีวิตนอกโลก ถูกกองทัพสหรัฐฯ เชิญตัวมายังฐานทัพลับใต้ดินในภูเขาไซแอนน์เพื่อช่วยไขปริศนานี้

แดเนียลค้นพบว่าสัญลักษณ์บนวงแหวนไม่ใช่ตัวอักษร แต่เป็นพิกัดกลุ่มดาวในอวกาศ ทำให้กองทัพสามารถเปิดการทำงานของ “สตาร์เกท” รูหนอนเชื่อมต่อมิติเวลาข้ามกาแล็กซีได้สำเร็จ กองทัพจึงจัดตั้งทีมสำรวจนำโดย พันเอก แจ็ค โอนีล (รับบทโดย เคิร์ต รัสเซลล์) นายทหารผู้กำลังจมอยู่กับความเศร้าหลังการสูญเสียลูกชาย พร้อมด้วยแดเนียล เดินทางข้ามประตูมิติก้าวสู่อีกฟากหนึ่งของจักรวาล

พวกเขาโผล่มายัง “ดาวอบีดอส” (Abydos) โลกทะเลทรายอันแห้งแล้งที่มีประชากรมนุษย์หน้าตาคล้ายชาวอียิปต์โบราณอาศัยอยู่เพื่อเป็นทาสขุดแร่ควอตซ์ แดเนียลและโอนีลค้นพบความจริงอันน่าสะพรึงกลัวว่า มนุษย์ต่างดาวปรสิตโบราณได้เข้าสิงร่างเด็กหนุ่มมนุษย์ สถาปนาตนเองเป็นเทพเจ้า “รา” (Ra – รับบทโดย เจฮี) และใช้พลังเทคโนโลยีขั้นสูงควบคุมมนุษย์ให้ตกอยู่ใต้อำนาจ เมื่อราล่วงรู้ว่ามนุษย์บนโลกพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ขึ้นมาและเป็นภัยคุกคาม เขาจึงวางแผนส่งระเบิดนิวเคลียร์ที่โอนีลพกมา ย้อนกลับไปทำลายล้างโลกมนุษย์ผ่านทางสตาร์เกท โอนีล แดเนียล และชาวเมืองอบีดอสจึงต้องร่วมมือกันก่อกบฏ ปลุกระดมทาสลุกขึ้นสู้เพื่อหยุดยั้งเทพเจ้าจอมปลอมก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป

จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม

Stargate (1994) โดดเด่นด้วย การผสมผสานอารยธรรมโบราณเข้ากับเทคโนโลยีไซไฟล้ำยุค (Ancient Myth meets High-Concept Sci-Fi) โรลันด์ เอ็มเมอริช นำเอาสมมติฐานทางประวัติศาสตร์ที่ผู้คนสงสัยมาตลอดกาลอย่างการสร้างพีระมิด มาผูกโยงเข้ากับยานอวกาศ หน้ากากเทพเจ้าอนุบิสและเทพฮอรัสที่พับเก็บได้ด้วยกลไกไฮเทค ทำให้งานดีไซน์มีความสดใหม่ แปลกตา และทรงเสน่ห์อย่างยิ่งในยุคนั้น

ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ เคมีคู่หูที่ต่างขั้วระหว่าง Kurt Russell และ James Spader เคิร์ต รัสเซลล์ ถ่ายทอดภาพทหารผู้แข็งกร้าว บอบช้ำทางจิตใจ แต่มีหัวใจปกป้องผู้อื่น ตัดสลับกับ เจมส์ สเปเดอร์ ในบทนักวิชาการสายเนิร์ด จิตใจดี ช่างสังเกต และใช้ภาษาเป็นสะพานเชื่อมมิตรภาพ การร่วมมือกันของทั้งสองขั้วทำให้ภารกิจทางทหารผสานไปกับหัวใจของมนุษยชาติได้อย่างกลมกล่อม

ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม

  • การเปิดตัวประตูมิติสตาร์เกท: ฉากเปิดการทำงานของวงแหวนและแอ่งน้ำพลังงานสีฟ้าข้ามมิติ กลายเป็นภาพจำระดับคลาสสิกของหนังไซไฟ
  • การแสดงอันลึกลับน่าสะพรึงของ Jaye Davidson: ถ่ายทอดภาพลักษณ์ “เทพเจ้ารา” ออกมาได้อย่างมีอำนาจ เยือกเย็น สง่างาม และแปลกแยกจากมนุษย์
  • ดนตรีประกอบระดับมหากาพย์โดย David Arnold: ธีมเพลงออร์เคสตราที่ยิ่งใหญ่ ตระการตา และปลุกเร้าอารมณ์ผจญภัยได้อย่างไร้ที่ติ
  • ฉากสงครามกบฏกลางทะเลทราย: การปะทะระหว่างกองทัพทาสชาวบ้านร่วมกับทหารอเมริกัน ปะทะกองกำลังติดอาวุธเลเซอร์ของเอเลี่ยน
  • ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว Sci-Fi Adventure, Ancient Aliens, Space Opera และ 90s Cult Classic: ภาพยนตร์ต้นฉบับที่เป็นจุดเริ่มต้นของมหากาพย์ไซไฟที่ยิ่งใหญ่และยังคงดูสนุกตื่นเต้นจนถึงปัจจุบัน

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ

ประเภทหนัง