Chevalier (2022) เชอวาลิเยร์ – มอสซาร์ทแห่งผิวดำ คันชักไวโอลินท้าทายบัลลังก์ฝรั่งเศส และโศกนาฏกรรมนักดนตรีอัจฉริยะที่ถูกลบเลือน
ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามงานภาพยนตร์แนวดราม่าชีวประวัติอิงประวัติศาสตร์ ดนตรีคลาสสิก และการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมทางชนชั้น (Period Biographical Drama & Classical Music Masterpiece) มาอย่างต่อเนื่อง Chevalier (2022) ผลงานการกำกับของ สตีเฟน วิลเลียมส์ (Stephen Williams) จากบทภาพยนตร์โดย สเตฟานี โรบินสัน นำแสดงโดย เคลวิน แฮร์ริสัน จูเนียร์ (Kelvin Harrison Jr.), ซามารา วีฟวิง (Samara Weaving), ลูซี บอยน์ตัน (Lucy Boynton) และ มินนี ไดรเวอร์ (Minnie Driver) คือภาพยนตร์พีเรียดย้อนยุคสุดสง่างามที่หยิบยกชีวประวัติจริงของ “โฌแซ็ฟ โบโลญ มาร์กี เดอ แซ็ง-ฌอร์ฌ” (Joseph Bologne, Chevalier de Saint-Georges) อัจฉริยะนักไวโอลิน นักแต่งเพลง และนักดาบเชื้อสายแอฟริกัน-ฝรั่งเศส ผู้เคยรุ่งโรจน์ถึงขีดสุดในราชสำนักของพระนางมารี อ็องตัวแน็ต ก่อนจะถูกคลื่นปฏิวัติและกำแพงแห่งสีผิวผลักไสออกจากหน้าประวัติศาสตร์
เรื่องย่อ: ปลายคันชักเหนือเวียนนา สู่สงครามเกียรติยศแห่งปารีส
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นอย่างตื่นตาตื่นใจในกรุงปารีส ช่วงปลายศตวรรษที่ 18 เมื่อ “โฌแซ็ฟ โบโลญ” (รับบทโดย เคลวิน แฮร์ริสัน จูเนียร์) บุตรชายนอกสมรสของขุนนางเจ้าของไร่อ้อยชาวฝรั่งเศสและทาสหญิงชาวเซเนกัล ได้พิสูจน์พรสวรรค์ทางดนตรีและการดวลดาบจนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นคนโปรดในราชสำนักของ พระนางมารี อ็องตัวแน็ต (รับบทโดย ลูซี บอยน์ตัน) พร้อมได้รับพระราชทานยศเป็น “เชอวาลิเยร์ เดอ แซ็ง-ฌอร์ฌ” ซึ่งถือเป็นเกียรติยศสูงสุดที่ชายผิวดำไม่เคยได้รับมาก่อนในยุโรป
ทว่าความทะเยอทะยานของโฌแซ็ฟไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น เมื่อตำแหน่งผู้อำนวยการโรงอุปรากรแห่งปารีส (Paris Opéra) ว่างลง เขาจึงตัดสินใจลงแข่งขันประพันธ์โอเปราเพื่อช่วงชิงตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ โดยได้ “มารี-มาเดอลีน” (รับบทโดย ซามารา วีฟวิง) นักร้องสาวสูงศักดิ์ผู้มีพรสวรรค์มาร่วมขับร้องบทเพลง ความใกล้ชิดนำไปสู่ความรักต้องห้ามที่ท้าทายสามีขุนนางผู้มีอิทธิพลของเธอ
ความอิจฉาริษยาและอคติทางสีผิวที่ฝังลึกในหมู่ชนชั้นสูงเริ่มเผยเขี้ยวเล็บ เมื่อเหล่าขุนนางรวมหัวกันยื่นคำร้องต่อพระนางมารี อ็องตัวแน็ต ว่าจะไม่ยอมก้มหัวอยู่ใต้บังคับบัญชาของคนผิวดำ การทรยศจากราชสำนักและการถูกกีดกันอย่างอยุติธรรม ผลักดันให้โฌแซ็ฟต้องเลือกระหว่างการยอมสยบเพื่อรักษาสถานะจอมปลอม หรือการใช้พลังดนตรีและดาบของเขาเข้าร่วมกับคลื่นมหาชนในการปฏิวัติฝรั่งเศสเพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม
Chevalier (2022) โดดเด่นด้วย การแสดงอันทรงพลังและเปี่ยมเสน่ห์ของ เคลวิน แฮร์ริสัน จูเนียร์ (Electrifying Lead Performance) แฮร์ริสันฝึกซ้อมไวโอลินอย่างหนักวันละหลายชั่วโมงเพื่อถ่ายทอดท่วงท่าการเล่นดนตรีที่ดุดัน แม่นยำ และคล้ายคลึงกับร็อกสตาร์ยุคศตวรรษที่ 18 ฉากเปิดเรื่องที่เขาขึ้นไปดวลไวโอลินประชันกับ โวล์ฟกัง อะมาเดอุส มอสซาร์ท เต็มไปด้วยพลังงาน ความมั่นใจ และการตัดต่อที่เร้าอารมณ์อย่างยิ่ง
ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การผสมผสานงานดนตรีคลาสสิกเข้ากับความตึงเครียดทางสังคมและการเมือง (Socio-Political Resonance & Kris Bowers Score) หนังใช้บทเพลงของแซ็ง-ฌอร์ฌตัวจริงมาเรียบเรียงใหม่โดย คริส โบเวอส์ เพื่อสะท้อนความขัดแย้งภายในใจของตัวละครที่ต้องดิ้นรนหาที่ยืนในโลกที่พร้อมจะเชิดชูเขาเมื่อเขามอบความบันเทิงให้ แต่พร้อมจะเหยียบย่ำทันทีที่เขาเรียกร้องความเท่าเทียม
ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม
- ฉากดวลไวโอลินเปิดเรื่องสุดไอคอนิก: การปะทะฝีมือทางดนตรีที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและลูกเล่นแพรวพราว
- งานคอสตูมและโปรดักชันดีไซน์ยุคปฏิวัติฝรั่งเศส: เสื้อผ้าหน้าผมและสถาปัตยกรรมบาโรก-โรโกโกที่วิจิตรตระการตา
- มิติความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับ Marie Antoinette: การสะท้อนภาพราชสำนักแวร์ซายที่ฉาบฉวยและเต็มไปด้วยผลประโยชน์
- ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว Period Drama, Biopic, Classical Music, Social Justice และ French History: ภาพยนตร์ชีวประวัติน้ำดีที่พาผู้ชมไปรู้จักกับวีรบุรุษนักดนตรีผู้ถูกประวัติศาสตร์หลงลืมได้อย่างสมเกียรติ