เนื้อเรื่องย่อ

Maze Runner: The Scorch Trials (2015) เมซ รันเนอร์ สมรภูมิมอดไหม้ – ฝ่านรกแดนสนธยา ความจริงเบื้องหลังองค์กร WCKD และการเอาชีวิตรอดในโลกหลังหายนะ

ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามงานภาพยนตร์แนวไซไฟดิสโทเปียและบล็อกบัสเตอร์วัยรุ่นดัดแปลงจากวรรณกรรมเยาวชน (Young Adult Dystopian Sci-Fi & High-Stakes Action Masterpiece) มาอย่างต่อเนื่อง Maze Runner: The Scorch Trials (2015) เมซ รันเนอร์ สมรภูมิมอดไหม้ ผลงานการกำกับของ เวส บอลล์ (Wes Ball) คือภาพยนตร์ภาคต่อที่ยกระดับความยิ่งใหญ่ ทะเยอทะยาน และดุดันยิ่งกว่าภาคแรก ด้วยการพาผู้ชมก้าวออกจากการทดสอบในเขาวงกตสู่ “เดอะสคอร์ช” (The Scorch) แดนสนธยาที่ถูกแผดเผาด้วยแสงอาทิตย์และเต็มไปด้วยฝูงมนุษย์ติดเชื้อไวรัสซอมบี้คลั่ง (Cranks) การเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายขององค์กร WCKD และการหักหลังที่สั่นคลอนมิตรภาพของกลุ่มชาวทุ่ง

เรื่องย่อ: รอดพ้นเขาวงกตสู่กับดักมรณะใหม่ในโลกที่ล่มสลาย

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นต่อจากเหตุการณ์ในภาคแรกทันที เมื่อ “โทมัส” (Thomas รับบทโดย ดีแลน โอไบรอัน / Dylan O’Brien) และเพื่อนๆ ชาวทุ่งที่รอดชีวิต ได้แก่ มินโฮ, นิวต์, เทเรซา และคนอื่นๆ ถูกช่วยเหลือโดยกลุ่มทหารของ “นายพลเจนสัน” (Janson รับบทโดย เอเดน กิลเลน) นำตัวไปยังศูนย์พักพิงลึกลับที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างหนาแน่น พร้อมกับกลุ่มเด็กๆ ที่รอดชีวิตจากเขาวงกตอื่นๆ อีกหลายสิบคน

ทว่าโทมัสกลับเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติและพฤติกรรมน่าสงสัยของเจ้าหน้าที่ในศูนย์แห่งนี้ ด้วยความช่วยเหลือจาก “อาริส” (Aris) เพื่อนใหม่จากเขาวงกตกลุ่มอื่น โทมัสแอบสืบจนพบความจริงอันน่าสยดสยองว่า ศูนย์พักพิงนี้ไม่ใช่สถานที่ปลอดภัย แต่เป็นฐานปฏิบัติการลับขององค์กร WCKD ที่นำเด็กๆ ไปทดลองสกัดสารภูมิต้านทานในสมองอย่างโหดร้าย และ “เอวา เพจ” หัวหน้าโครงการยังคงมีชีวิตอยู่

โทมัสและผองเพื่อนจึงตัดสินใจวางแผนแหกคุกหนีออกมาสู่โลกภายนอกที่เรียกว่า “เดอะสคอร์ช” (The Scorch) พื้นที่รกร้างแห้งแล้งที่ถูกทำลายล้างด้วยรังสีดวงอาทิตย์และภัยพิบัติธรรมชาติ พวกเขาต้องเดินทางข้ามซากเมืองร้างท่ามกลางพายุสายฟ้าเพื่อตามหา “กลุ่มกองกำลังต่อต้านแรดไรท์” (The Right Arm) บนภูเขา ทว่าระหว่างทางพวกเขาต้องเผชิญกับอุปสรรคสุดอันตราย ทั้งฝูงมนุษย์ติดเชื้อไวรัส “แครงก์” (Cranks) ที่วิ่งด้วยความเร็วสูงและพร้อมฉีกร่างพวกเขาทุกวินาที รวมถึงการตามล่าอย่างไม่ลดละจากกองกำลังของ WCKD และบททดสอบความไว้ใจภายในกลุ่มของพวกเขาเอง

จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม

Maze Runner: The Scorch Trials (2015) โดดเด่นด้วย การเปลี่ยนโทนภาพยนตร์จากแนวผจญภัยในพื้นที่ปิด (Survival Box) สู่ภาพยนตร์แอ็กชันหนีตายแนวโพสต์อโพคาลิปติกสไตล์ซอมบี้ระทึกขวัญ (Relentless Post-Apocalyptic Survival & Zombie Thriller) เวส บอลล์ ออกแบบฉากแอ็กชันได้อย่างดุเดือดและกดดัน โดยเฉพาะฉากหนีตายในตึกร้างและอุโมงค์ใต้ดินที่เต็มไปด้วยแครงก์ ผสานกับการแสดงที่เต็มไปด้วยพลังของ ดีแลน โอไบรอัน (Dylan O’Brien) ที่ถ่ายทอดภาวะผู้นำและความมุ่งมั่นได้อย่างยอดเยี่ยม ร่วมด้วยทัพนักแสดงสมทบทั้ง คาอายา ส்கෝடெலารีโอ (Kaya Scodelario), โธมัส บรอดสเตอร์-แซงสเตอร์ (Thomas Brodie-Sangster), กี 홍 리 (Ki Hong Lee) และการเสริมทัพด้วยตัวละครใหม่อย่าง โรส ซาลาซาร์ (Rosa Salazar) ในบท เบรนดา และ จันการ์โล เอสโปซิโต (Giancarlo Esposito) ในบท ฮอร์เก

ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การขยายสเกลความซับซ้อนของเนื้อเรื่องและการตั้งคำถามต่อความเสียสละส่วนรวมกับความอยู่รอดส่วนบุคคล (A Grittier Exploration of Trust, Betrayal, and Greater Good) หนังชี้ให้เห็นว่าโลกภายนอกไม่มีความยุติธรรม และเส้นแบ่งระหว่าง “ฝ่ายดี” กับ “ฝ่ายร้าย” เริ่มเลือนรางลงทุกที ทำให้ตัวละครต้องตัดสินใจเลือกทางเดินที่ยากลำบากที่สุดเพื่อปกป้องคนที่รัก

ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม

  • ฉากแอ็กชันหนีตายสุดระทึกใจ: การวิ่งหนีฝูงซอมบี้แครงก์ในตึกถล่มและอุโมงค์มืดที่ลุ้นจนแทบหยุดหายใจ
  • งานสร้างและโลกดิสโทเปียสุดอลังการ: การเนรมิตซากเมืองหลวงที่ถูกทรายกลืนกินและบรรยากาศความล่มสลายของโลก
  • การเปิดตัวตัวละครใหม่ที่มีเสน่ห์: บทบาทของ เบรนดา และ ฮอร์เก ที่เข้ามาเพิ่มมิติความมันและความซาบซึ้งให้กับการเดินทาง
  • ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว Sci-Fi, Dystopian, Action Thriller, Young Adult Adaptation และ Survival: ภาพยนตร์ภาคต่อแฟรนไชส์เมซรันเนอร์ที่ดาร์กขึ้น มันขึ้น และสนุกสะใจกว่าเดิม

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ

ประเภทหนัง