The Hummingbird Project (2018) โปรเจกต์สายรวย – มหาศึกขุดสายเคเบิลความเร็วแสง ชิงไหวชิงพริบ 1 มิลลิวินาที และสงครามเทรดหุ้นวอลล์สตรีท
ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามงานภาพยนตร์แนวดราม่า-ทริลเลอร์เทคโนโลยีและการเงินการลงทุน (High-Frequency Trading Thriller & Tech-Financial Drama Masterpiece) มาอย่างต่อเนื่อง The Hummingbird Project (2018) โปรเจกต์สายรวย ผลงานการกำกับและเขียนบทของ คิม เหงียน (Kim Nguyen) ผู้กำกับชาวแคนาดาที่เคยเข้าชิงรางวัลออสการ์จาก War Witch คือภาพยนตร์ที่เปี่ยมด้วยความทะเยอทะยาน, การตีแผ่โลกการเทรดหุ้นความถี่สูง (High-Frequency Trading – HFT), และการต่อสู้สุดบ้าคลั่งเพื่อช่วงชิงความเร็วระดับ “1 มิลลิวินาที” (เร็วกว่าการกระพือปีกของนกฮัมมิงเบิร์ด) ภาพยนตร์พาผู้ชมไปติดตามสองลูกพี่ลูกน้องที่ยอมเสี่ยงเดิมพันทุกสิ่งในชีวิตเพื่อเจาะอุโมงค์ลากสายเคเบิลใยแก้วนำแสงตัดตรงข้ามประเทศสหรัฐอเมริกา
เรื่องย่อ: เดิมพันหมื่นล้านสู่โปรเจกต์เจาะแผ่นดินลากสายไฟเบอร์ออปติก
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อสองลูกพี่ลูกน้อง “วินเซนต์ ซาเลสกี” (Vincent Zaleski) นักเจรจาธุรกิจจอมวางแผนผู้เปี่ยมด้วยความทะเยอทะยาน และ “แอนตัน ซาเลสกี” (Anton Zaleski) โปรแกรมเมอร์อัจฉริยะผู้เก็บตัวและเชี่ยวชาญอัลกอริทึม ทั้งสองตัดสินใจลาออกจากบริษัทของ “อีวา ตอร์เรส” (Eva Torres) เจ้าแม่เฮดจ์ฟันด์ผู้ทรงอิทธิพลและโหดเหี้ยมในวอลล์สตรีท
วินเซนต์และแอนตันร่วมกันคิดค้นโปรเจกต์ในฝัน นั่นคือการขุดเจาะอุโมงค์เพื่อวางสายเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fiber-Optic Cable) เป็นเส้นตรงจากตลาดหลักทรัพย์ในแคนซัสตรงไปยังศูนย์เซิร์ฟเวอร์ในนิวเจอร์ซีย์ รวมระยะทางกว่า 1,600 กิโลเมตร เพื่อลดเวลาการส่งข้อมูลการซื้อขายหุ้นให้เหลือเพียง 16 มิลลิวินาที ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาชิงส่งคำสั่งซื้อขายได้เร็วกว่าคู่แข่งเพียงเสี้ยววินาทีและกวาดกำไรมหาศาลปีละหลายร้อยล้านดอลลาร์ ทว่าโครงการนี้กลับเต็มไปด้วยอุปสรรคสาหัส ทั้งปัญหาภูมิประเทศ ภูเขาหิน แม่น้ำ ที่ดินส่วนบุคคลที่ไม่ยอมให้ขุดผ่าน ปัญหาสุขภาพร้ายแรงของวินเซนต์ และที่สำคัญที่สุดคือการถูกอดีตเจ้านายอย่างอีวาตามขัดขวางและพัฒนาเทคโนโลยีคลื่นไมโครเวฟขึ้นมาแข่งเพื่อทำลายโปรเจกต์ของพวกเขาให้พังทลาย
จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม
The Hummingbird Project (2018) โดดเด่นด้วย การเปลี่ยนประเด็นทางการเงินและเทคโนโลยีที่ซับซ้อนให้กลายเป็นภาพยนตร์ผจญภัยทริลเลอร์ที่ลุ้นระทึกและน่าติดตาม (Fast-Paced Tech Thriller & Physical Engineering Adventure) การตัดสลับระหว่างงานวิศวกรรมขุดเจาะดินที่สมบุกสมบันกับโลกหน้าจอคอมพิวเตอร์เขียนโค้ดทำได้อย่างลงตัว ผสานกับการแสดงอันทรงพลังของ เจสซี ไอเซนเบิร์ก (Jesse Eisenberg) ในบทวินเซนต์ ที่ถ่ายทอดความบ้าคลั่ง ความมุ่งมั่น และความสิ้นหวังได้อย่างบีบหัวใจ ปะทะบทบาทกับ อเล็กซานเดอร์ สการ์สการ์ด (Alexander Skarsgård) ในบทแอนตัน ที่ยอมแปลงโฉมหัวล้าน สวมแว่นหนาเตอะ และถ่ายทอดบุคลิกเนิร์ดอัจฉริยะได้อย่างแนบเนียน ร่วมด้วย ซัลมา ฮาเยก (Salma Hayek) ในบทซีอีโอสาวจอมบงการ
ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การตั้งคำถามต่อความโลภในระบบทุนนิยมและคุณค่าที่แท้จริงของเวลา (A Thought-Provoking Metaphor on Modern Greed and Human Mortality) หนังชี้ให้เห็นอย่างลึกซึ้งว่า มนุษย์ยอมทุ่มเทชีวิต สุขภาพ และเวลาทั้งหมดเพื่อแย่งชิงความเร็วเพียงเสี้ยววินาทีในการหาเงิน แต่สุดท้ายกลับหลงลืมความสำคัญของการใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดเพื่อใช้ชีวิตจริงๆ
ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม
- การพลิกโฉมครั้งใหญ่ของ Alexander Skarsgård: การแสดงเป็นโปรแกรมเมอร์เนิร์ดสุดอัจฉริยะที่โดดเด่นและน่าจดจำ
- เคมีการขับเคี่ยวระหว่าง Jesse Eisenberg และ Salma Hayek: การประชันไหวพริบและสงครามจิตวิทยาในโลกการเงินที่เชือดเฉือน
- พล็อตเรื่องสดใหม่และอิงความจริงของระบบ High-Frequency Trading: การเจาะลึกเบื้องหลังความเร็วระดับมิลลิวินาทีของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท
- ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว Tech Thriller, Financial Drama, Corporate Rivalry และ Wall Street: ภาพยนตร์ดราม่าเชือดเฉือนธุรกิจที่มอบทั้งสาระความรู้ ความตื่นเต้น และข้อคิดชีวิต