The Intern (2015/2016) ดิ อินเทิร์น โก๋เก๋ากับบอสเก๋ไก๋ – มิตรภาพต่างวัยและบทเรียนชีวิตอันล้ำค่าของเด็กฝึกงานวัยเกษียณกับซีอีโอสาวไฟแรง
ในฐานะนักวิจารณ์และผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ที่ติดตามงานภาพยนตร์แนวคอมเมดี้-ดราม่าฟีลกู๊ดและชีวิตการทำงาน (Heartwarming Workplace Comedy & Cross-Generational Mentorship Masterpiece) มาอย่างต่อเนื่อง The Intern (2015/2016) ดิ อินเทิร์น โก๋เก๋ากับบอสเก๋ไก๋ ผลงานการกำกับและเขียนบทของ แนนซี เมเยอร์ส (Nancy Meyers) คือหนึ่งในภาพยนตร์ชิ้นเอกที่เปี่ยมด้วยความอบอุ่นหัวใจ, เสน่ห์อันละมุนละไม, และการเชื่อมโยงความต่างระหว่างเจเนอเรชันได้อย่างงดงาม ภาพยนตร์พาผู้ชมไปติดตามชีวิตของ “เบน วิทเทเกอร์” (Ben Whittaker) พ่อหม้ายวัย 70 ปีที่ตัดสินใจกลับเข้าสู่โลกการทำงานอีกครั้งในฐานะเด็กฝึกงานอาวุโสของบริษัทสตาร์ทอัพแฟชั่นออนไลน์ ซึ่งนำไปสู่การเป็นที่พึ่งทางใจคนสำคัญของ “จูลส์ ออสทิน” (Jules Ostin) ซีอีโอสาวรุ่นใหม่ผู้กำลังเผชิญกับวิกฤตชีวิตรอบด้าน
เรื่องย่อ: เมื่อคุณปู่วัยเกษียณก้าวเข้าสู่โลกสตาร์ทอัพยุคดิจิทัล
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ เบน วิทเทเกอร์ ชายวัยเกษียณผู้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายหลังภรรยาเสียชีวิต รู้สึกว่าชีวิตขาดเป้าหมาย เขาจึงตัดสินใจสมัครเข้าร่วมโครงการ “Senior Intern Program” ของบริษัทเว็บไซต์แฟชั่นออนไลน์ About the Fit ซึ่งบริหารงานโดย จูลส์ ออสทิน หญิงสาวเก่งและบ้างาน ผู้สร้างธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดดภายในเวลาไม่กี่เดือน
เบนได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของจูลส์ แม้ในตอนแรกเธอจะไม่ค่อยไว้วางใจและมองว่าเขาอาจปรับตัวเข้ากับโลกเทคโนโลยีความเร็วสูงไม่ได้ ทว่าด้วยความสุภาพ อ่อนน้อม ประสบการณ์ชีวิตอันยาวนาน และความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น เบนค่อยๆ กลายเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานรุ่นหลาน และกลายมาเป็นเสาหลักทางอารมณ์ให้จูลส์ เมื่อเธอต้องเผชิญกับแรงกดดันเรื่องการจ้างซีอีโอคนใหม่เข้ามาแทนที่ และปัญหารอยร้าวในชีวิตครอบครัว มิตรภาพต่างวัยจึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับการค้นพบคุณค่าที่แท้จริงของการใช้ชีวิต
จุดเด่นและมิติเชิงภาพยนตร์ที่ไม่ควรมองข้าม
The Intern (2015/2016) โดดเด่นด้วย การสร้างสรรค์บรรยากาศออฟฟิศยุคใหม่ที่ทันสมัย สดใส แต่แฝงความนุ่มนวลและสุนทรียภาพแห่งความคลาสสิก (Charming Workplace Aesthetics & Warm Intergenerational Atmosphere) งานภาพและโทนสีสะท้อนวิถีชีวิตคนเมืองได้อย่างมีสไตล์ ผสานกับบทสนทนาอันชาญฉลาดและเต็มไปด้วยอารมณ์ขันอันอบอุ่น พร้อมเคมีการแสดงระดับตำนานระหว่าง โรเบิร์ต เดอ นีโร (Robert De Niro) ในบทสุภาพบุรุษรุ่นใหญ่ผู้สุขุมและใจดี ปะทะบทบาทกับ แอนน์ แฮทธาเวย์ (Anne Hathaway) ที่ถ่ายทอดบทเวิร์กกิ้งวูแมนผู้มีความมุ่งมั่นแต่เปราะบางได้อย่างมีมิติและน่าเอาใจช่วย
ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การสะท้อนคุณค่าของประสบการณ์และการรับฟังซึ่งกันและกัน (A Timeless Tribute to Mentorship, Experience, and Empathy) หนังแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วอาจช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานได้ แต่ความอบอุ่น ความซื่อสัตย์ และความเข้าอกเข้าใจแบบดั้งเดิมยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่อาจทดแทนได้ในความสัมพันธ์ของมนุษย์
ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม
- เคมีมิตรภาพต่างวัยอันสมบูรณ์แบบของ Robert De Niro และ Anne Hathaway: การประกบคู่ของสองนักแสดงออสการ์ที่สร้างความอบอุ่นและรอยยิ้มได้ทุกฉาก
- ข้อคิดชีวิตและการทำงานที่นำไปปรับใช้ได้จริง: บทเรียนการทำงานร่วมกันระหว่าง Gen Baby Boomer และ Millennials ผ่านมุมมองที่เคารพซึ่งกันและกัน
- พลังบวกและเสน่ห์ของความสุภาพบุรุษคลาสสิก: คาแรกเตอร์ของเบนที่เป็นแบบอย่างของความใจเย็น การแต่งกายเนี๊ยบ และการให้เกียรติผู้อื่น
- ความบันเทิงที่ตอบโจทย์คอหนังแนว Comedy, Drama, Workplace และ Feel-Good: ภาพยนตร์ฟีลกู๊ดน้ำดีที่ช่วยเติมเต็มพลังใจ คลายเครียด และมอบความสุขให้แก่ผู้ชมทุกวัย